บล.พาย:

KKP: Kiatnakin Phatra PCL

ผลการดำเนินงานใน 2Q26 แข็งแกร่ง

ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” (เดิม ถือ) ปรับมูลค่าพื้นฐานเป็น 120 บาท (เดิม 100 บาท) ประเมินด้วยวิธี GGM (ROE 12%, Terminal growth 2%) อิงจาก 1.5x PBV’26E ผลการดำเนินงานใน 2Q26 กำไรสุทธิออกมาแข็งแกร่งที่ 2.2 พันล้านบาท (+51% YoY, +9% QoQ) จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง และ NPL ratio ลดลงที่ 3.5% ทั้งนี้ เรามีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อความสามารถการเติบโตที่แข็งแกร่งในปี 2026 และ ROE ที่สูงขึ้น โดยคาดกำไรสุทธิจะปรับเพิ่มขึ้น 34% ในปี 2026 และ ROE เพิ่มขึ้นเป็นราว 12% โดยคาดผลตอบแทนเงินปันผลสูง 6.9% ในปี 2026-27 โดยคาด KKP จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลใน 1H26 ที่ 2.00 บาท จากที่คาดจะจ่าย 7.50 บาท ในปี 2026

กำไรสุทธิใน 2Q26 เติบโตแกร่ง YoY และ QoQ

  • กำไรสุทธิใน 2Q26 ที่ 2.1 พันล้านบาท (+51% YoY, +9% QoQ) ดีกว่าคาด 19% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด กำไรเติบโต YoY และ QoQ เนื่องจาก 1) รายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวจากธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง ธุรกิจการให้บริการทางการเงินและการลงทุนแบบดิจิทัลของธุรกิจไดม์ (Dime!) 2) รายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น และ 3) การขาดทุนรถยึดลดลง YoY

  • สินเชื่อรวมขยายตัว 1.6% QoQ จากสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อบรรษัทขยายตัว และสินเชื่อ Lombard ส่งผลให้สินเชื่อใน 1H26 เพิ่มขึ้น 3.1% YTD

  • NIM ลดลง 4.1% (+7 bps YoY, +13 bps QoQ) เพราะการควบคุมต้นทุนการเงินที่มีประสิทธิภาพ

  • คุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่งขึ้น หนี้เสียปรับลดลง 14.5% QoQ จากตัดหนี้สูญสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) ที่ค้างชำระอยู่เป็นระยะเวลานาน และหนี้เสียสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ลดลง ทำให้ NPL ratio ปรับลดลงเหลือ 3.5% และ Coverage ratio เพิ่มเป็น 151% และ Stage 2 ratio ทรงตัวที่ 5.2%

คาดกำไรสุทธิปี 2026 เติบโต และ ROE เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

  • เราปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2026-27 จากการปรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 7%/4% ส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้เงินปันผล โดยคาดกำไรสุทธิจะขยายตัวแข็งแกร่ง 34% ในปี 2026 และเติบโตต่อเนื่อง 2% ในปี 2027 ผลักดันให้ ROE ปรับขึ้นเป็น 12.1% โดยคาดจะจ่ายเงินปันผลสูงขึ้นที่ 7.50/7.66 บาท คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผลราว 6.9%/7%

  • ภายใต้ความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทย จากความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยขยายตัว SET Index ปรับสูงขึ้น 30.7% YTD และมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับเพิ่มขึ้นราว 65-70% YoY ในช่วง 6M26 ทำให้ KKP ได้รับประโยชน์สูง เนื่องจากมีความโดดเด่นการให้บริการด้านธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และมีสัดส่วนจากรายได้ธุรกิจตลาดทุนต่อรายได้ราว 15-20% ของรายได้จากการดำเนินงานสูงสุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ดังนั้น หากตลาดทุนยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งใน 2H26 และต่อเนื่องในปี 2027 เราเชื่อว่า KKP จะเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับประโยชน์สูง และมีแนวโน้มที่รายได้จะแข็งแกร่งกว่าคาดได้

- Advertisement -