บล.เอเซีย พลัส:

POWER กกพ.ประกาศตรึงค่าไฟ ก.ย.-ธ.ค. 69 ที่ 3.95 บาท/หน่วย (Neutral)

Flash Points

  • กกพ.ประกาศตรึงค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) งวด ก.ย.-ธ.ค. 2569 ไว้ที่ 16.23 สตางค์/หน่วย เทียบเท่ากับงวดปัจจุบัน (พ.ค. – ส.ค. 2569) โดยเมื่อรวมกับค่าไฟฐาน 3.78 บาท/หน่วย จะส่งผลให้ค่าไฟงวดไม่อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย

Impact Insight

  • ตัวเลขค่า Ft ที่ประกาศใช้จริง ถือเป็นอัตราค่าไฟฟ้าที่อยู่ในกรอบที่ กกพ. เคยได้นำเสนอ ซึ่งเป็นทางเลือกค่าไฟกรณีต่ำสุดจากทั้งหมด 3 ทางเลือก และสอดคล้องกับมุมมองของฝ่ายวิจัย โดยค่า Ft ที่ 16.23 สตางค์ งวดนี้ ประกอบด้วยค่า 1) ค่า Ft ที่สะท้อนต้นทุน 41.27 สตางค์/หน่วย (เทียบกับงวดก่อนหน้าที่อยู่ 29.66 สตางค์/หน่วย) และ 2) เงินส่วนลดค่า Ft อีกราว 25.04 สตางค์/หน่วย (เดิม 13.43 สตางค์/หน่วย) จากการใช้เงินเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (clawback) ก้อนใหม่ราว 1.6 หมื่นล้านบาท จากการตรวจสอบบัญชีของ กฟผ.มาใช้อุดหนุนทั้งหมด และ กฟผ. ยังคงรับต้นทุนคงค้างสะสมราว 3.1 หมื่นล้านบาทไว้แทนประชาชน

  • ฝ่ายวิจัยคงมุมมองเดิมที่เคยนำเสนอไปในช่วงก่อนหน้า โดยถือเป็นมุมมองเชิงลบต่อผู้ประกอบการกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP เนื่องจากสมมติฐานราคาก๊าซธรรมชาติที่ กกพ. ใช้คำนวณค่า Ft ปรับตัวสูงขึ้นราว 4.6% จากค่าเฉลี่ยในงวดก่อนหน้า มาอยู่ราว 363.5 บาท/ล้านบีทียู ขณะที่ กกพ. ยังให้น้ำหนักกับการตรึงค่าไฟผ่านการใช้เงินอุดหนุนจาก Clawback ส่งผลให้กลไกการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงเข้าสู่ค่า Ft ในช่วงเวลาดังกล่าว ยังมีข้อจำกัด

  • ทั้งนี้ คาดผู้ได้รับผลกระทบมากสุดเรียงลำดับได้แก่ BGRIM รองลงมาคือ GPSC ตาม sensitivity ที่แสดงในตารางด้านบน ขณะที่กลุ่ม IPP อาทิ GULF, EGCO, RATCH คาดได้รับผลกระทบจำกัด จากโครงสร้างสัญญาขายไฟฟ้าที่ส่งผ่านต้นทุนไปยังภาครัฐฯ (EGAT) ได้

Execution

  • ช่วงสั้น ประเด็นดังกล่าวอาจเป็น Sentiment กดดันต่อราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP แต่อย่างไรก็ตาม ภาพระยะกลาง-ยาว คาดแนวโน้มกำไรของกลุ่มจะทยอยฟื้นตัว จากทิศทางราคาก๊าซฯ ที่คาดจะทยอยลดลงในระยะถัดไป ภายใต้สมมติฐานสงครามเริ่มคลี่คลาย รวมถึงยังมีปัจจัยบวกหนุนจากแผนPDP2026 ซึ่งคาดมีความชัดเจนภายใน 2H69 หนุนโอกาสการลงทุนในโครงการใหม่ๆ โดยเลือก GULF (FV@78.00B) เป็น Top Pick จากผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนก๊าซฯและค่าไฟที่จำกัด พร้อมปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ขณะที่ BGRIM (FV@22.00B) และ GPSC (FV@56.00B) เน้นหาจังหวะที่ราคาหุ้นปรับฐานเป็นโอกาสในการทยอยสะสมเพื่อการลงทุนระยะกลาง – ยาว

- Advertisement -