บล.กรุงศรีฯ:

Refinery (Bullish) + TOP (Buy; TP56 อยู่ระหว่างปรับประมาณการ)

ประเด็น Refinery

กบง. มีมติขอส่วนลดดีเซลหน้าโรงกลั่นเป็น 2.4 บาท/ลิตร (ราว 11-12$/bbl) ตั้งแต่ 24 ก.ค. – 15 ส.ค. เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้าที่ขอ 1.4 บาท/ลิตร ในช่วง 9-29 ก.ค.

เรามองเป็น Negative ต่อกลุ่มโรงกลั่น แม้จะไม่ได้สร้าง downside ต่อ TP อย่างมีนัยสำคัญ แต่สะท้อนความพยายามของภาครัฐที่จะคุมค่าการกลั่นต่อเนื่อง และเป็นการจำกัด upside risk สอดคล้องกับมุมมองของเราในบทวิเคราะห์วันที่ 17 ก.ค. 26 ที่ให้ระมัดระวังในการ let profit run หุ้นกลุ่มโรงกลั่น (ปรับตัวขึ้นมาแล้ว20-29% นับแต่ U.S. กลับมาปิดฮอร์มุซ) บน upside ค่าการกลั่นไม่เกินจุดที่ภาครัฐต้องการควบคุม คงมุมมอง SPRC และ BCP ยัง laggard TOP และสามารถ switch ไปกลุ่มปิโตรเคมีอย่าง PTTGC ได้หากค่าการกลั่นเริ่มปรับฐาน

ประเด็น TOP

มอง Positive ต่อแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q26 ของ TOP เบื้องต้นคาดราว 7.5-8.0 พันลบ. หากตัดรายการพิเศษ net stock loss -7.7 พันลบ., ด้อยค่า CFP (ท่อ + catalyst ที่ไม่สามารถใช้งานได้) -1.0 พันลบ. และอื่นๆ จะมีกำไรปกติราว 1.7 หมื่นลบ. โตทั้ง y-y, q-q สูงกว่าที่เคยประเมินจาก crude premium ที่น้อยกว่าคาด (crude premium 3Q26F ยังอยู่ในระดับใกล้เคียง 2Q26 ที่ราว 16$/bbl) 

โดยการโต y-y, q-q เพราะ supply disruption จากการปิดฮอร์มุซ หนุน petroleum spread +152-343% y-y และ +73-202% q-q ส่งให้ค่าการกลั่นเป็นราว 21$/bbl +303% y-y, +66% q-q

2H26F คาดโต y-y ตามค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงจาก supply ที่ตึงตัว

เราอยู่ระหว่างปรับประมาณการสะท้อนค่าการกลั่นที่สูงกว่าคาด อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมา 28% นับแต่ U.S. กลับมาปิดฮอร์มุซ น่าจะสะท้อนความคาดหวังต่อค่าการกลั่นที่จะอยู่ในระดับสูงจาก supply กลับมาตึงตัวไประดับหนึ่ง และเกินจุดที่ภาครัฐต้องการควบคุม (ดูบทวิเคราะห์ วันที่ 17/7/26) 

- Advertisement -