บล.ฟิลลิป:
DELTA กำไร 2Q69 ต่ำกว่าคาดมาก
ขาย TP’69: 273.00
กำไร 2Q69 ลดลง q-q ต่ำกว่าคาดไปมาก โดนกดดันจากปัญหาวุตถุดิบขาดแคลนทำให้ต้นทุนสูงขึ้น กดดัน GPM แต่ยังเห็นระดับสินค้าคงเหลือสูงขึ้นต่อเนื่อง ปัญหาวุตถุดิบเริ่มคลี่คลายใน 3Q69 มองผลประกอบการควรฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนภาพอุตฯ AI ที่กังวลต่อการขยาย Capex มองครึ่งปีหลังซื้อขาย P/E ในระดับต่ำกว่าครึ่งปีแรก ปรับราคาพื้นฐานลงมาที่ 273.00 บาท ปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย”
| งบรวม | 2Q69 | 1Q69 | 2Q68 | % y-y | % q-q | 6M69 | 6M68 | % y-y |
| กำไร | 6,075 | 9,081 | 4,629 | +31.3 | -33.1 | 15,156 | 10,117 | 49.8 |
| EPS | 0.49 | 0.73 | 0.37 | +31.3 | -33.1 | 1.22 | 0.81 | 49.8 |
หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
-
2Q69 กำไรต่ำคาด: บริษัทประกาศกำไร 6,075 ลบ. +31.2%y-y -33.1%q-q หากตัดกำไร FX ออก มีกำไรปกติ 5,527 ลบ. +22.1%y-y -37.5%q-q โดยมียอดขาย 6.5 หมื่นลบ. +46.5%y-y +6.2%q-q เติบโตได้ต่อเนื่องจากการเร่งส่งมอบสินค้า AI-related แม้มีปัญหาเรื่องขาดแคลนวัตถุดิบเข้ามาบ้างก็ตาม แต่มี GPM 26.8% ลดลงจาก 31.7% ในไตรมาสแรก ต่ำกว่าคาด มีความจำเป็นต้องสั่งซื้อวัตถุดิบต้นทุนที่สูงขึ้นเพื่อเร่งส่งมอบและมีการตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่ม (หากตัดการตั้งสำรองสินค้าสุทธิ 808 ลบ. Norm.GPM 28.0%) มี SG&A to sale สูงขึ้นที่ 17.4% โดยหลักมาจาก Royalty to sale 8.2% สูงกว่าไตรมาสแรกที่ 6.2% ตามทิศทางที่บริษัทแจ้งว่าอาจสูงกว่า 7% ในปีนี้ แต่ถือว่าเร่งสูงกว่าที่คาด ส่วนของ R&D to sale ขยับขึ้นมาเป็น 3.4% ใกล้เป้าหมายที่ 3.5% ปัญหาวุตถุดิบเริ่มคลี่คลายใน 3Q69 มองผลประกอบการควรฟื้นตัวดีขึ้น
-
ปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย”: ปรับกำไรปี 69 ลงมาที่ 3.1 หมื่นลบ. +24.8%y-y ใช้ P/E 110 เท่า มองครึ่งปีหลังซื้อขาย P/E ในระดับต่ำกว่าครึ่งปีแรก ปรับราคาพื้นฐานลงมาที่ 273.00 บาท ปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย”








