บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

บล.ฟิลลิป:

DELTA กำไร 2Q69 ต่ำกว่าคาดมาก

ขาย TP’69: 273.00

กำไร 2Q69 ลดลง q-q ต่ำกว่าคาดไปมาก โดนกดดันจากปัญหาวุตถุดิบขาดแคลนทำให้ต้นทุนสูงขึ้น กดดัน GPM แต่ยังเห็นระดับสินค้าคงเหลือสูงขึ้นต่อเนื่อง ปัญหาวุตถุดิบเริ่มคลี่คลายใน 3Q69 มองผลประกอบการควรฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนภาพอุตฯ AI ที่กังวลต่อการขยาย Capex มองครึ่งปีหลังซื้อขาย P/E ในระดับต่ำกว่าครึ่งปีแรก ปรับราคาพื้นฐานลงมาที่ 273.00 บาท ปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย”

งบรวม 2Q69 1Q69 2Q68 % y-y % q-q 6M69 6M68 % y-y
กำไร 6,075 9,081 4,629 +31.3 -33.1 15,156 10,117 49.8
EPS 0.49 0.73 0.37 +31.3 -33.1 1.22 0.81 49.8

หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท

  • 2Q69 กำไรต่ำคาด: บริษัทประกาศกำไร 6,075 ลบ. +31.2%y-y -33.1%q-q หากตัดกำไร FX ออก มีกำไรปกติ 5,527 ลบ. +22.1%y-y -37.5%q-q โดยมียอดขาย 6.5 หมื่นลบ. +46.5%y-y +6.2%q-q เติบโตได้ต่อเนื่องจากการเร่งส่งมอบสินค้า AI-related แม้มีปัญหาเรื่องขาดแคลนวัตถุดิบเข้ามาบ้างก็ตาม แต่มี GPM 26.8% ลดลงจาก 31.7% ในไตรมาสแรก ต่ำกว่าคาด มีความจำเป็นต้องสั่งซื้อวัตถุดิบต้นทุนที่สูงขึ้นเพื่อเร่งส่งมอบและมีการตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่ม (หากตัดการตั้งสำรองสินค้าสุทธิ 808 ลบ. Norm.GPM 28.0%) มี SG&A to sale สูงขึ้นที่ 17.4% โดยหลักมาจาก Royalty to sale 8.2% สูงกว่าไตรมาสแรกที่ 6.2% ตามทิศทางที่บริษัทแจ้งว่าอาจสูงกว่า 7% ในปีนี้ แต่ถือว่าเร่งสูงกว่าที่คาด ส่วนของ R&D to sale ขยับขึ้นมาเป็น 3.4% ใกล้เป้าหมายที่ 3.5% ปัญหาวุตถุดิบเริ่มคลี่คลายใน 3Q69 มองผลประกอบการควรฟื้นตัวดีขึ้น

  • ปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย”: ปรับกำไรปี 69 ลงมาที่ 3.1 หมื่นลบ. +24.8%y-y ใช้ P/E 110 เท่า มองครึ่งปีหลังซื้อขาย P/E ในระดับต่ำกว่าครึ่งปีแรก ปรับราคาพื้นฐานลงมาที่ 273.00 บาท ปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย”

- Advertisement -