บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

บล.ฟิลลิป:

ดิ เอราวัณ กรุ๊ป – ERW (ERW TB)

คาดการณ์ RevPAR เติบโตทุกกลุ่มแต่ Upside เริ่มจำกัด

Key Point

คาดกำไรหลัก 2Q69E ที่ 77 ลบ. (-79.5% q-q, +23.6% y-y) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นสะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนแม้ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยคาดรายได้โรงแรมที่ 1,819 ลบ. (-17.6% q-q, +6.4% y-y) จากการเติบโต RevPAR ในทุกกลุ่มโรงแรม 5 ดาวถึงระดับประหยัด ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลังหนุนจาก 3S’s ได้แก่ Seasonality, Stimulus, และ Special events ทั้งนี้ Upside เริ่มจำกัด แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 3.30 บาทต่อหุ้น

คาดการณ์กำไรหลักชะลอ q-q ตามฤดูกาลแต่โต y-y จาก Margin ที่ดีขึ้น

คาดการณ์กำไรหลัก 2Q69E ที่ 77 ลบ. (-79.5% q-q, +23.6% y-y) หรือคิดเป็นอัตรากำไรหลักที่ 4.1% (vs. 3.6% ใน 2Q68) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นสู่ 40.3% (vs. 39.8% ใน 2Q68) สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นสู่ 28% (vs. 26.7% ใน 2Q68) จากกิจกรรมทางการตลาดที่มุ่งเน้นขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ รวมถึงช่องทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกดดัน EBITDA Margin อ่อนตัวลงสู่ 27.7% (vs. 28.3% ใน 2Q68) นอกจากนี้ คาดมีค่าใช้จ่ายพิเศษค่าธรรมเนียมการชำระคืนเงินกู้ก่อนครบกำหนดสัญญาที่ 13 ลบ. เพื่อแลกกับภาระดอกเบี้ยที่ลดลงในอนาคต ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 64 ลบ. (-82.4% q-q, +1.3% y-y)

RevPAR เติบโตทุกกลุ่มหนุนรายได้ 2Q69E

คาดการณ์รายได้จากธุรกิจโรงแรมที่ 1,819 ลบ. (-17.6% q-q, +6.4% y-y) โดยที่รายได้จากห้องพัก 71% มาจากกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาว ถึงระดับประหยัด (Luxury to Economy hotel) สะท้อนการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในทุกกลุ่มทำให้ Total RevPAR เติบโต +4% y-y สนับสนุนจากอัตราการเข้าพักที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น (Occ. Rate) +3% ppt (y-y) แม้ค่าห้องพักเฉลี่ย (ARR) จะทรงตัว ขณะที่รายได้ห้องพัก 29% มาจากกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ท (Hop Inn) โดย Total RevPAR -2% y-y จากการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับสกุลท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนจะทำให้ Total RevPAR +2% y-y จาก Occ. Rate +1 ppt (y-y) และ ARR ที่เพิ่ม +1% y-y สะท้อนความต้องการเข้าพักยังคงมีอยู่ นอกจากนี้ Hop Inn Korea จะรับรู้ผลประกอบการเต็มไตรมาส โดยที่ผลประกอบการดีกว่าเป้าที่บริษัทคาด จากการขยายระยะเวลายกเว้น K-ETA ถึงสิ้นปี 2569 ส่งผลให้ประเทศที่ได้รับสิทธิ์ยกเว้น (รวมไทย) สามารถเดินทางเข้าเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องยื่น K-ETA

3S’s หนุนแนวโน้มครึ่งปีหลัง (Seasonality, Stimulus และ Special events)

แนวโน้มครึ่งปีหลังเติบโตจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) การเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งจะหนุนให้ RevPAR เติบโตผ่าน Occ. Rate และ ARR 2) มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐจากโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นความต้องการเดินทางในประเทศ และ 3) การจัดงานระดับนานาชาติ เช่น Gastech, IMF และ Tomorrowland (Thailand) ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อธุรกิจโรงแรม เนื่องจาก ERW มีโรงแรมในพัทยาจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ Holiday Inn, Mercure, ibis ซึ่งเข้าร่วมแพ็กเกจห้องพักกับบัตรเข้าชมงาน (Bundled package) ขณะที่ Hop Inn แม้ไม่ได้เข้าร่วมแพ็กเกจ แต่เราเชื่อว่าจะได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากยอดจองล่วงหน้าที่ปรับตัวดีขึ้นในสัปดาห์ของวันงาน

Upside เริ่มจำกัดแต่อยู่ในเกณฑ์คำแนะนำ “ซื้อ”

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 3.30 บาทต่อหุ้น โดยราคาปิด ณ วันที่ 24 ก.ค. 69 อยู่ที่ 3.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งยังคงมีผลตอบแทนรวมจากทั้งส่วนต่างราคา และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลมากกว่า 5% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์คำแนะนำ “ซื้อ” อย่างไรก็ตาม หากราคาตลาดปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 3.22 บาทต่อหุ้น จะทำให้ผลตอบแทนรวมอยู่ที่ระดับ 5% ซึ่งเข้าเกณฑ์ปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” สะท้อนอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่จำกัด แม้ว่าเรามองมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการครึ่งปีหลังจากแรงหนุนของ 3S’s ได้แก่ Seasonality, Stimulus และ Special events

- Advertisement -