บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Minor International (MINT.BK/MINT TB)*
กำไรหลัก 2Q69F จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ (Outperform‧Maintained)
Event
ประมาณการ 2Q69F และแนวโน้ม 3Q69F
Impact
คาดกำไรหลักเติบโตทั้ง YoY และ QoQ
เราคาดว่า MINT จะรายงานกำไรหลัก 2Q69F เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 145 ล้านบาทใน 1Q69 อยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท (+3% YoY) หนุนจากธุรกิจโรงแรมในยุโรปฟื้นตัวตามฤดูกาล แม้ผลประกอบการไตรมาสนี้จะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่เราเชื่อว่า MINT น่าจะยังคงรักษากำไรให้เติบโต YoY ได้ ปัจจัยหนุนหลักจาก i) RevPAR เติบโตแข็งแกร่งจากยุโรป (+4% YoY) และประเทศไทย (+3% YoY) ซึ่งกลบได้บางส่วนกับ RevPAR ในมัลดีฟส์ที่คาดลดลง 6% YoY ii) อัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (SSSG) ของธุรกิจอาหารคาดแผ่วลงเพียง 0.3% YoY จากอุปสงค์ในออสเตรเลียและสิงคโปร์ที่ชะลอตัว iii) EBITDA margin คาดลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 28.2% (จาก 28.8% ใน 2Q68) จากต้นทุนค่าเช่าและค่าแรงที่สูงขึ้นและ iv) นอกจากนี้ ต้นทุนการเงินที่ลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ หลังการไถ่ถอนหุ้นกู้ (perpetual debenture) มูลค่า US$300 ล้าน
การลดภาระหนี้ยังเป็นไปตามแผน
ฝ่ายบริหารเปิดเผยว่า แผนการนำสินทรัพย์เข้าจดทะเบียนในกองทรัสต์ REIT ถูกเลื่อนออกไปจาก 4Q69 เป็นเพราะาภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย แต่อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงมุ่งมั่นลดระดับหนี้ผ่านกำไรที่เติบโต การคัดเลือกขายสินทรัพย์บางส่วนและความเป็นไปได้ในการนำ Minor Food เข้าจดทะเบียนใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เพื่อเสริมสร้างฐานะทางการเงิน ณ สิ้น 1Q69 MINT มีหนี้รวม 9.6 หมื่นล้านบาทและมี net D/E ratio ที่ 0.86x เมื่อมองไปในอนาคต perpetual debenture อีก 1.3 หมื่นล้านบาท (coupon rate ที่ 6.1%) จะสามารถถูกไถ่ถอนได้ (callable) ใน ก.ย. 70 ขณะนี้ เราเชื่อว่า EBITDA ต่อปีที่แข็งแกร่งราว 4 หมื่นล้านบาทประกอบกับแผนการลดภาระหนี้ที่ดำเนินอยู่ จะช่วยให้บริษัทมีความยืดหยุ่นทางการเงินเพียงพอในการทยอยลดภาระหนี้ได้ในอนาคต
คาดกำไร 2H69F แข็งแกร่งขึ้น
เราประเมินว่ากำไร 1H69F จะคิดเป็นราว 36% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา โดยที่เรายังคงประมาณการกำไรปี 2569F ไว้ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท (+5.2% YoY) เพราะคาดว่ากำไร 2H69F จะดีขึ้นทั้ง HoH และ YoY หนุนจากยอดจองล่วงหน้าที่แข็งแกร่งและ RevPAR เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ เราคาดว่า RevPAR ใน 3Q69F จะหนุนจากโรงแรมในยุโรปเติบโตเป็นเลขต่ำหลักเดียว ประเทศไทยเติบโตเป็นเลขกลางหลักเดียวและมัลดีฟส์กลับมาเติบโตถึงสองหลักจากอุปสงค์ด้านการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องกลับเป็นปกติ นอกจากนี้ ประสิทธิภาพต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (cost optimization) และ operating leverage ที่ดีขึ้นจะช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไรช่วง 2H69F
Valuation & action
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT ราคาเป้าหมาย 28.50 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2569F ที่ 7x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต -1 S.D.)
Risks
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจกดดันอุปสงค์การเดินทางทั่วโลกนานกว่าคาด







