บล.เอเซีย พลัส:
SJWD วิกฤตสร้างโอกาส กำไรปกติ 2Q69 สูงสุดใหม่ (Buy)
Flash Points
-
คาดกำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 369 ล้านบาท (+34%QoQ, +31%YoY) สูงสุดนับตั้งแต่การควบรวมกับ SCG Logistics โดยได้แรงหนุนจากรายได้รวมที่เติบโตเกือบ 10% QoQ จากการขยายตัวของหลายธุรกิจ ทั้ง General Warehouse และ Free Zone ที่ได้อานิสงส์จากการเพิ่ม Buffer Stock เพื่อลดความเสี่ยงด้าน Supply Chain, การขยายงานของลูกค้าเดิมและการได้ลูกค้าใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือในการส่งมอบสินค้า ขณะที่ธุรกิจสินค้าอันตราย (DG), B2B Transport, Logistics Infrastructure และธุรกิจต่างประเทศยังเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานในกลุ่ม Commodity ของลูกค้า SCG
-
อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 14.1% ใน 1Q69 เป็นราว 14.6% จาก Operating Leverage ที่ดีขึ้นตามการเติบโตของรายได้ โดยเฉพาะธุรกิจ Transport ซึ่งได้รับทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นและสัดส่วนงานที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น ขณะที่ SG&A เพิ่มขึ้นเพียง 5% QoQ ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้ SG&A/Sales ลดลงจาก 8.2% ใน 1Q69 เหลือ 7.7% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Impact Insight
-
ฝ่ายวิจัยมองว่าผลประกอบการ 2Q69 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของ SJWD จากการเติบโตที่พึ่งพาธุรกิจบางส่วน ไปสู่การเติบโตจากเครือข่าย Logistics Ecosystem ที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น การที่หลายธุรกิจเติบโตพร้อมกัน ชี้ให้เห็นว่าบริษัทสามารถต่อยอดลูกค้าหนึ่งรายไปสู่หลายบริการตลอด Value Chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่การได้รับงานเพิ่มจาก SCG และลูกค้ารายใหญ่ในช่วงที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับความมั่นคงของ Supply Chain มากขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการให้บริการของบริษัท และเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันในระยะยาว
-
กำไร 3Q69 มีแนวโน้มชะลอตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจขนส่งและฤดูฝน แต่ยังคาดว่าจะเติบโต YoY จากฐานรายได้ที่ขยายตัว การเพิ่มขึ้นของลูกค้าใหม่ และการขยายขอบเขตการให้บริการลูกค้าเดิม ขณะที่แผนขายสินทรัพย์ Alpha เข้ากอง REIT ยังเป็น Upside ต่อมูลค่าหุ้นในอนาคต แม้มีความเป็นไปได้ว่าธุรกรรมอาจถูกเลื่อนจากปลายปีนี้ ออกไปเป็นปี 2570 แต่จะไม่มีนัยสำคัญต่อประมาณการกำไรปี 2569 ของฝ่ายวิจัย.
Execution
-
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10.50 บาท (DCF; เทียบเท่า PER 15.5 เท่า) โดยมองว่าตลาดยังไม่สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจที่กระจายตัวมากขึ้นและ Operating Leverage ที่เริ่มเห็นผลชัดเจน ขณะที่ยังมี Upside เพิ่มเติมจากดีล Alpha REIT ซึ่งอาจเป็น Catalyst สำคัญต่อการปลดล็อกมูลค่าในระยะถัดไป








