บล.เอเซีย พลัส:

IRPC คาด 2Q69 กำไรสุทธิลด QoQ แม้ Norm ดีขึ้น..โดดเด่นน้อยกว่ากลุ่มฯ (Sell)

Flash Points

  • คาดการณ์ผลการดำเนินงานสุทธิ 2Q69 จะอยู่ราว 2.8 พันล้านบาท ลดลง 64.4%qoq ถูกกดดันหลักจากรายการพิเศษในงวดนี้สุทธิพลิกกลับมาเป็นค่าใช้จ่ายรวมราว 1.4 พันล้านบาท จากงวดก่อนหน้าที่เป็นกำไรพิเศษสูงถึง 6.5 พันล้านบาท โดยหลักๆเป็นผลมาจากบันทึกกลับเป็นขาดทุนจากสต็อกน้ำมันรวม NRV และ Hedging รวมราว 1.9 พันล้านบาท จากงวดก่อนหน้าที่เป็นกำไรฯ 9.9 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า แต่ได้ในส่วนของกำไรจาก Derivatives ราว 250 ล้านบาท และกำไรจากเงินลงทุนราว 200 ล้านบาท มาหนุนบางส่วน

  • ถึงแม้ว่าหากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานปกติ 2Q69 พบว่าจะเติบโตสูงมาอยู่ที่ระดับ 4.2 พันล้านบาท จาก 1.4 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า โดยเป็นไปตาม Market GIM ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 17.0 จาก 13.2 เหรียญฯ (รวมผลกระทบจากการแทรกแซงของภาครัฐในการลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นใน 2Q69 ราว 1.3 พันล้านบาทแล้ว) รับผลบวกหลักจาก spread ปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 13.6 จาก 11.8 เหรียญฯ ขณะที่คาด spread ปิโตรเคมี จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ราว 2.5 จาก 2.1 เหรียญฯต่อบาร์เรล เนื่องจากมีส่วนผลิตภัณฑ์ที่กำหนดราคาต่ำไว้ในสัดส่วนที่มีนัยฯ ทำให้ไม่ได้รับประโยชน์จาก spread ในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นช่วงสงคราม แต่ทั้งนี้ได้เคลียร์ส่วนนี้หมดแล้วในงวด 2Q69 ส่วนของ spread Utilities คาดจะทรงตัวราว 0.9 เหรียญฯต่อบาร์เรล

Impact Insight

  • ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติเฉพาะปี 2569 ขึ้นมาอยู่ราว 7.1 พันล้านบาท เพื่อสะท้อน spread ที่ดีกว่าคาดในกลุ่มปิโตรเลียมจากอานิสงส์สงครามที่ยาวนาน อย่างไรก็ตามคาดน้ำหนักกำไรเกือบ 80% ของประมาณการกำไรปกติที่คาดไว้จะอยู่ในช่วง 1H69 ภายใต้สมมติฐานสงครามค่อยคลี่คลายลง ไม่รุนแรงเท่าในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. แต่ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2570 ไว้เช่นเดิม ภายใต้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

  • สำหรับ Outlook 3Q69 ผลการดำเนินงานปกติมีโอกาสสูงที่จะปรับตัวลดลง QoQ ภายใต้สมมติฐานข้างต้น ส่งผลให้แนวโน้มค่าการกลั่นในอาจลดลงมาอยู่ในระดับ 11-13 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล และคาดจะยังมีแรงกดดันบางส่วนต่อเนื่องจาก Crude Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผลกระทบจากการแทรกแซงของภาครัฐในการลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลที่อาจจะมีมาต่อเนื่องช่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่สูง เช่นเดียวกับ Spread ปิโตรเคมีที่มีแนวโน้มลดลงสู่ภาวะปกติหลังสงคราม รวมถึง Bottom line คาดมีโอกาสกลับมาเป็นบันทึกขาดทุนสต็อกฯได้ จึงถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังในช่วง 2H69

Execution

  • ฝ่ายวิจัยปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2570 ที่ 2.12 บาทต่อหุ้น แนะนำหาจังหวะ ขายทำกำไร เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงสะท้อน fund flow ที่ไหลเข้ากลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีในช่วงก่อนหน้าไปแล้ว ประกอบกับหากสงครามคลี่คลายไปเรื่อยๆ จะทำให้มีโอกาสสูงที่จะเห็นงบ 3Q69 ลดลงมีนัยฯ QoQ อีกทั้งคาดงบ 2Q69 ไม่ได้โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับกลุ่มฯ รวมถึงต้องลุ้นว่าจะมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลหรือไม่ (เพราะปีที่ผ่านมาไม่จ่ายปันผลระหว่างกาล) แต่ทั้งปีคาดจะจ่าย 0.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ต่อปีราว 4.6%

- Advertisement -