บล.เอเซีย พลัส: 

BANPU 4 ส.ค. 2569 NewCo จะเริ่มซื้อขาย ภายใต้ชื่อย่อเดิม BANPU (Trading)

Flash Points

  • พรุ่งนี้ (4 ส.ค. 2569) NewCo จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรก ภายหลังการควบรวมกิจการระหว่าง BANPUU และ BPP แล้วเสร็จ โดยยังคงใช้ชื่อย่อ BANPU มีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 4,049.62 ล้านบาท (4,049.6 ล้านหุ้น Par 10 บาท) โดยผู้ถือหุ้น BANPUU เดิม 1 หุ้น จะได้รับจัดสรรเป็น 0.38242 หุ้น BANPU และผู้ถือหุ้น BPP เดิม 1 หุ้น จะได้รับจัดสรรเป็น 0.80208 หุ้น BANPU

  • อีกทั้งคณะกรรมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสมของบริษัท ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569 ที่อัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น (XD 11 ก.ย. จ่ายปันผล 25 ก.ย.)

  • นอกจากนี้ยังเสนออนุมัติการออกและเสนอขาย หุ้นกู้วงเงินรวมไม่เกิน 8.0 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ การลงทุน และการบริหารโครงสร้างเงินทุนในอนาคต

Impact Insight

  • โครงสร้างธุรกิจใหม่ดำเนินภายใต้ 4 เสาหลัก ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองถ่านหิน), U.S. Closed-loop Gas (ก๊าซธรรมชาติ และCCUS), Power Plus (ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และ Energy Trading) และ Future Tech (Data Center, ESS, ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต) สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero จากการกระจายสัดส่วนไปยังธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินได้มากขึ้น

  • ในด้านผลประโยชน์จากการควบรวม คาดจะช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้างองค์กรจากเดิมที่ BANPU และ BPP ต่างเป็นบริษัทจดทะเบียนและถือหุ้นไขว้กัน กลายมาเป็นบริษัทเดียว ซึ่งคาดจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารธุรกิจ และการจัดสรรเงินลงทุน พร้อมเพิ่มโอกาสสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจดั้งเดิมของ BANPU และธุรกิจโรงไฟฟ้าไฟฟ้าของ BPP ได้ดีขึ้นในระยะยาว

  • ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงทางบัญชี เนื่องจากก่อนการควบรวม BANPU ถือหุ้นใน BPP 78.7% และรับรู้ผลประกอบการของ BPP ผ่านงบการเงินรวมอยู่แล้ว ดังนั้นการควบรวมครั้งนี้จึงมีผลเปลี่ยนแปลงรายการส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) ให้ลดลง ส่งผลให้คาดกำไรปี 2569–70 เพิ่มขึ้นราว 19–22% จากประมาณการเดิม เป็น 3.6 และ 4.7 พันล้านบาทตามลำดับ ขณะที่คาดอัตราส่วน D/E ยังทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่ 1.8 เท่า

Execution

  • มูลค่าพื้นฐานของ BANPU (ภายหลังจากควบรวม) อยู่ที่ 14.50 บาท โดยมองปัจจัยหนุนระยะสั้นอยู่ที่แนวโน้มผลประกอบการ 2Q69 ซึ่งคาดยังปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ หนุนจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงความขัดแย้งของสงคราม หากราคาหุ้นปรับฐานสามารถหาจังหวะสำหรับเข้า Trading ระยะสั้น และรับผลตอบแทนจากปันผลระหว่างกาลที่ 0.4 บาท/หุ้น ( XD 11 ก.ย. ) คิดเป็น dividend yield (อิงราคา FV 14.50 ) ราว 2.8%

- Advertisement -