บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
C.P. Axtra PCL (CPAXT.BK/CPAXT TB)
ผลประกอบการ 2Q69: ต่ำกว่าที่คาดไว้ (Neutral‧Maintained)
Event
กำไรสุทธิของ CPAXT ใน 2Q69 อยู่ที่ 1,874 ล้านบาท (-18% YoY, -33% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 7% และ ต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ในตลาด 4% เนื่องจากค่าใช้จ่าย SG&A สูงเกินคาด จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจ ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนด้วยรายได้อื่นที่สูงเกินคาดจากการหารายได้จากทรัพย์สินที่มีอยู่ (CPAXT ตกลงทำสัญญาให้สิทธิ์ในการเข้าถึง ใช้งาน และ เก็บข้อมูลยอดขายในอดีตของบริษัทแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน (Egg Digital Co.,Ltd.)) ทั้งนี้ กำไรสุทธิในงวด 1H69 อยู่ที่ 4,668 ล้านบาท (-5% YoY) และ คิดเป็น 49% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา นอกจากนี้ คณะกรรมการของบริษัทยังอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินนงานงวด 1H69 0.18 บาท/หุ้น กำหนดขึ้น XD วันที่ 20 สิงหาคม และ กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 3 กันยายน 2569 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 1.2% จากราคาปิดล่าสุด
Impact
SSSG อ่อนแอ
SSSG ใน 2Q69 ของธุรกิจค้าส่ง (B2B) และ ค้าปลีก (B2C) อยู่ที่ -0.9% และ -3.9% ตามลำดับ เนื่องจากความนิยมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปเพราะมาตรการกระตุ้นไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาล และ สภาวะของการจับจ่ายใช้สอยที่อ่อนแอเพราะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าอุปสงค์ที่แข็ง แกร่งจากร้านค้าปลีกอาหาร (22% ของยอดขายทั้งหมดในธุรกิจค้าส่ง) อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และ การเข้าซื้อกิจการ Lucky Frozen ใน 3Q68 ช่วยชดเชย SSSG ที่อ่อนแอ และ ทำให้ยอดขายใน 2Q69 อยู่ที่ 1.26 แสนล้านบาท (+2% YoY, -3% QoQ) เพิ่มขึ้น 4% YoY จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจ B2B และ ยอดขายที่ทรงตัวของธุรกิจ B2C
Margin ถูกบีบ และ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายใน 2Q69 อยู่ที่ 14.1% (-20bps YoY, ทรงตัว QoQ) เนื่องจาก i) อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ B2B หดตัวลง 20bps YoY เพราะ product mix ค่อนไปทางอาหารแห้ง (ปกติจะมี margin ต่ำกว่า) และ การจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย และ ii) อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ B2C หดตัวลง 10bps YoY เพราะต้นทุนพลังงานสูงขึ้น และ การจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 7% YoY เร็วกว่ายอดขายโดยอยู่ที่ 1.83 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดร้านใหม่, กิจกรรมทางการตลาด, ค่าใช่จ่ายที่เกี่ยวกับช่องทาง omni-channel และ ค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำ last-mile รองรับการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ ทำให้สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายของธุรกิจ B2B อยู่ที่ 10.7% และ ของธุรกิจ B2C อยู่ที่ 19.3%
มีบางปัจจัยที่ยังต้องติดตามต่อไป
เรามองว่าแนวโน้มยังคงท้าทายในส่วนของ i) ยอดขาย เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ของรัฐบาลอาจจะจำกัดการฟื้นตัวของยอดขายในช่วงที่เหลือของปี โดยอานิสงส์ต่อธุรกิจค้าส่งอาจจะหักล้างไปกับผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจค้าปลีก ii) margin เพราะ product mix อาจจะค่อนไปทางสินค้าที่มี margin ลดลง และ ยังอาจมีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อดึงลูกค้าเข้าห้างด้วย iii) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ Happitat ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในเดือนสิงหาคม 2569 และ iv) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จากการเข้าซื้อกิจการค้าปลีก The Food Purveyors ในมาเลเซียที่ราคา ~1.4 หมื่นล้านบาท และ ยังอาจมีต้นทุนที่จะเกิดขึ้นหลังการเข้าซื้อกิจการอีก
Valuation
เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” CPAXT โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 16.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก –2.0 S.D.)
Risk
เศรษฐกิจชะลอตัว, ราคาสินค้าเกษตรลดลง, ขยายสาขาได้ช้ากว่าที่คาดไว้, disruption ที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ทางการ และ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขยายกิจการในต่างประเทศ








