บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
MR. D.I.Y. Holding (Thailand) PCL (MRDIYT.BK/MRDIYT TB)*
ผลประกอบการ 2Q69: เป็นไปตามคาด (Neutral‧Maintained)
Event
กำไรสุทธิของ MRDIYT ใน 2Q69 อยู่ที่ 757 ล้านบาท (+19% YoY, +12% QoQ) เป็นไปตามประมาณการของเรา และ ของนักวิเคราะห์ในตลาด โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อน คือ ยอดขายเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาร้านอย่างต่อเนื่อง, อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพราะได้อานิสงส์จากการประหยัดต่อขนาด, ต้นทุนการเงินลดลง และ ส่วนแบ่งผลขาดทุนจาก KKV ลดลง กำไรสุทธิในงวด 1H69 อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท (+22% YoY) และ คิดเป็น 48% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ทั้งนี้ คณะกรรมการของบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงาน 2Q69 ที่ 0.065 บาท/หุ้น กำหนดขึ้น XD วันที่ 20 สิงหาคม และ กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 2 กันยายน 2569 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 0.7% จากราคาปิดล่าสุด
Impact
ขยายสาขาร้านเพื่อช่วยชดเชย SSSG ที่ติดลบ
ถึงแม้ว่า SSSG ของ MRDIYT ใน 2Q69 จะติดลบที่ -1.2% เนื่องจาก i) ฐานสูงในเดือนเมษายน 2568 (จากอุปสงค์ pent-up หลังแผ่นดินไหว) และ เดือนพฤษภาคม 2568 (จากการเบิกจ่ายงบเครื่องเขียน) และ ii) การที่ลูกค้าเปลี่ยนการจับจ่ายใช้สอยไปใช้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แต่การขยายสาขาร้านอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนสาขาร้านเพิ่มขึ้นสุทธิ QoQ 56 ร้าน หรือ YoY 221 ร้าน ใน 2Q69 (ทำให้จำนวนสาขาทั้งหมดเพิ่มขึ้น 22% YoY เป็น 1,248 ร้าน ณ สิ้นงวด 2Q69 จาก 1,027 ร้าน ณ สิ้นงวด 2Q68) ช่วยหนุนให้ยอดขายใน 2Q69 เพิ่มขึ้นเป็น 5.8 พันล้านบาท (+18% YoY, +8% QoQ) ทำให้ยอดขายในงวด 1H69 เพิ่มขึ้นเป็น 1.13 หมื่นล้านบาท (+20% YoY) และ คิดเป็น 48% ของประมาณการยอดขายเต็มปีของเรา
Margin เพิ่มขึ้นตามคาด
อานิสงส์จากการประหยัดต่อขนาดที่เกิดจากการขยายสาขา และ กลยุทธ์จำหน่ายสินค้า private label ช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q69 เพิ่มขึ้นเป็น 52.0% (+60bps YoY, +10bps QoQ) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในงวด 1H69 อยู่ที่ 52.0% (+50bps YoY) จากเป้าทั้งปีของบริษัทที่ตั้งไว้ในช่วง 51.0%-52.0% และ สมมติฐานปี 2569 ของเราที่ 51.1% ทั้งนี้ ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 23% YoY เร็วกว่าอัตราการเติบโตของยอดขาย ซึ่งสะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาร้าน และ ต้นทุนด้าน logistic นอกจากนี้ ส่วนแบ่งผลขาดทุนจาก KKV ยังลดลงมาอยู่ที่ 27 ล้านบาท (จาก 28 ล้านบาทใน 1Q69) แม้ว่าจะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มเป็น 20 ร้าน (จาก 16 ร้านใน 1Q69) เท่ากับผลขาดทุนต่อร้านทรงตัวอยู่ที่ ~2.8 ล้านบาท สะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การลดขนาดร้าน และ การคัดสรรสินค้าให้เหมาะสม (optimizing product assortment)
การขยายสาขาร้านจะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนในช่วง low season ใน 3Q69
เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q69 จะลดลง QoQ เพราะผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล แต่คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น YoY จากการขยายสาขาร้าน และ ต้นทุนการเงินที่ลดลง เราคาดว่าอุปสงค์ในไตรมาสที่สามจะเพิ่มขึ้นได้จำกัด QoQ เพราะเป็นช่วงฤดูฝน (ซึ่งตามปกติจะเป็นช่วง low season) แต่อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาร้านจะช่วยให้ยังโตได้ YoY ในขณะเดียวกัน เรามองว่าอัตรากำไรข้างต้นมีความเสี่ยงที่จะลดลง YoY และ QoQ เนื่องจาก i) อัตรากำไรขั้นต้นใน 3Q68 สูงเป็นพิเศษที่ 52.5% และ ii) เงินบาทอ่อนค่าลง (เราคาดว่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงทุก ๆ 1 บาทจะกระทบกับอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 30bps)
Valuation & action
เรายังคงราคาเป้าหมาย 1H70F ไว้ที่ 10.30 บาท อิงจาก PER ที่ 19.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก +0.75 S.D.) โดยยังคงคำแนะนำ “ถือ” MRDIYT
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาได้ต่ำกว่าเป้า, ภัยธรรมชาติ, สินค้าคงคลังสูง, ความนิยมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน








