บล.เอเซีย พลัส:
IRPC 2Q69 กำไรสุทธิลด QoQ แม้ Norm ดีขึ้น ตามคาด…2H69 มีโอกาสอ่อนตัว (Sell)
Flash Points
-
IRPC รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 เท่ากับ 2.9 พันล้านบาท ลดลง 63.0%qoq เป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ ถูกกดดันหลักจากรายการพิเศษที่ในงวดนี้สุทธิพลิกกลับมาเป็นค่าใช้จ่ายรวม 1.1 พันล้านบาท จากงวดก่อนหน้าที่เป็นกำไรพิเศษสูงถึง 6.5 พันล้านบาท โดยหลักๆ เป็นผลมาจากบันทึกกลับเป็นขาดทุนจากสต็อกน้ำมันรวม NRV และ Hedging รวม 3.7 พันล้านบาท จากงวดก่อนหน้าที่เป็นกำไรฯ 9.9 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า
-
แต่หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานปกติ 2Q69 พบว่าเติบโตสูงมาอยู่ที่ 4.0 พันล้านบาท จาก 1.4 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า โดยเป็นไปตาม Market GIM ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 17.1 จาก 13.2 เหรียญฯ (รวมผลกระทบลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลใน 2Q69 แล้ว) รับผลบวกหลักจาก spread ปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 13.5 จาก 11.8 เหรียญฯ ขณะที่ spread ปิโตรเคมี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.8 จาก 2.1 เหรียญฯต่อบาร์เรล เนื่องจากมีส่วนผลิตภัณฑ์ที่กำหนดราคาต่ำไว้ในสัดส่วนที่มีนัยฯ ทำให้ไม่ได้รับประโยชน์จาก spread ในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นช่วงสงคราม แต่ทั้งนี้ได้เคลียร์ส่วนนี้หมดแล้วในงวด 2Q69 ส่วนของ spread Utilities คาดจะทรงตัว 0.9 เหรียญฯต่อบาร์เรล
Impact Insight
-
กำไรจากการดำเนินงานปกติ 1H69 เท่ากับ 5.4 พันล้านบาท ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เผชิญกับผลขาดทุน 2.2 พันล้านบาท และคิดเป็น 76.1% ของประมาณการทั้งปีที่ประเมินไว้ เบื้องต้นฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการปี 2569 ที่ 7.1 พันล้านบาท ภายใต้สมมติฐานสงครามค่อยๆคลี่คลายลง ไม่รุนแรงเท่าในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. และจะกลับสู่ภาวะปกติในปี 2571
-
สำหรับ Outlook 3Q69 ผลการดำเนินงานปกติมีโอกาสสูงที่จะปรับตัวลดลง QoQ ภายใต้สมมติฐานข้างต้น ส่งผลให้แนวโน้มค่าการกลั่นในอาจลดลงมาอยู่ในระดับ 11-13 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล และคาดว่าจะยังมีแรงกดดันบางส่วนต่อเนื่องจาก Crude Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผลกระทบจากการแทรกแซงของภาครัฐในการลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลที่อาจจะมีมาต่อเนื่องช่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง เช่นเดียวกับ Spread ปิโตรเคมีที่มีแนวโน้มลดลงสู่ภาวะปกติหลังสงคราม รวมถึง Bottom line คาดมีโอกาสกลับมาเป็นบันทึกขาดทุนสต็อกฯได้ จึงถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังในช่วง 2H69
Execution
-
มูลค่าพื้นฐานปี 2570 เท่ากับ 2.20 บาทต่อหุ้น แนะนำหาจังหวะ ขายทำกำไร เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงสะท้อน fund flow ที่ไหลเข้ากลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีในช่วงก่อนหน้าไปแล้ว ประกอบกับหากสงครามคลี่คลายไปเรื่อยๆ จะทำให้มีโอกาสสูงที่จะเห็นงบ 3Q69 ลดลงมีนัยฯ QoQ อีกทั้งคาดงบ 2Q69 ไม่ได้โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับกลุ่มฯ รวมถึงต้องลุ้นว่าจะมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลหรือไม่ (เพราะปีที่ผ่านมาไม่จ่ายปันผลระหว่างกาล) แต่ทั้งปีคาดจะจ่าย 0.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ต่อปีราว 4.6%







