บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
SRISAWAD CORP (SAWAD TB)
Solid quarter, Momentum builds
-
กำไร 2Q26 เป็นไปตามคาด ขณะที่การควบคุมต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์ดีกว่าคาด
-
เราคงประมาณการปี 2026–28E โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อ ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ลดลง และประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่ดีขึ้น
-
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 35 บาท
กำไร 2Q26 เป็นไปตามคาด ขณะที่การควบคุมต้นทุนและต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต
กำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 1.40 พันล้านบาท (+4.4% q-q, +10.3% y-y) โดยรวมเป็นไปตามประมาณการของเราและตลาดคาด ส่งผลให้กำไร 1H26 อยู่ที่ 2.74 พันล้านบาท (+18.0% y-y) คิดเป็น 49% ของประมาณการปี 2026 ของเรา PPOP ต่ำกว่าคาด เนื่องจาก NII ลดลง 1.7% q-q ส่วนหนึ่งจากการปรับปรุงด้านการบันทึกบัญชีและการนำเสนอ ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อ 1.0% q-q ยังเป็นไปตามคาด ส่วนต่างดอกเบี้ยหดตัวมากกว่าคาด 43bp q-q สู่ 13.44% จากผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลง แม้ต้นทุนเงินทุนจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด และคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการรีไฟแนนซ์ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงในช่วง 2H26 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 4.8% q-q สอดคล้องกับประมาณการของเรา จากการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและบุคลากรที่ลดลง รวมถึงการปรับโครงสร้างสาขา ซึ่งช่วยให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ปรับดีขึ้นเป็น 42.33% จาก 43.53% ใน 1Q26
คุณภาพสินทรัพย์ดีกว่าคาด ขณะที่ผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายลดลงมาก
โดยรวมคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ แม้ราคาน้ำมันจะสูงขึ้น โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงรุนแรงน้อยกว่าที่ผู้บริหารคาดไว้ในเบื้องต้น หหนี้ด้อยคุณภาพรวมเพิ่มขึ้นเพียง 1.0% q-q และ 6.7% y-y เป็น 3.70 พันล้านบาท ซึ่งดีกว่าประมาณการของเราเล็กน้อย ขณะที่สัดส่วน NPL ทรงตัว q-q ที่ 3.97% ECL ลดลง 7.2% q-q สู่ 476 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจากการกลับรายการสำรอง 70 ล้านบาทในบริษัทย่อย AMC ส่งผลให้ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตลดลงเป็น 2.05% จาก 2.23% ใน 1Q26 ดีกว่าประมาณการของเราที่ 2.26% ขณะที่ผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขายลดลงอย่างมากเหลือ 35 ล้านบาท จาก 109 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ขณะที่การกลับรายการด้อยค่าลดลงเหลือ 8 ล้านบาท จาก 78 ล้านบาท ทั้งนี้ Coverage ratio ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 52.81% จาก 52.57% ใน 1Q26
คงประมาณการ และคาดโมเมนตัมจะแข็งแกร่งขึ้นใน 3Q26E
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026–28 โดยคาดกำไรเติบโตเฉลี่ยสะสมที่ 10.5% ต่อปี จากการเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งขึ้น ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ลดลงในปี 2026 และประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่ดีขึ้นจากภาระการตัดจำหน่ายของ SCAP ที่ลดลง เรามีมุมมองเชิงบวกต่อกำไร 3Q26 เนื่องจากความต้องการสินเชื่อเข้าสู่ช่วงขาขึ้นตามฤดูกาลก่อนเข้าสู่จุดสูงสุดใน 4Q หากบริษัทสามารถรักษาวินัยด้านต้นทุนที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับใน 2Q26 ได้ การประหยัดต้นทุนที่เกิดขึ้นอาจเป็นปัจจัยบวกต่อประมาณการกำไรของเรา และช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านลบของสมมติฐานต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ค่อนข้างเชิงบวกของเรา
คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 35 บาท
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 35 บาท อิงวิธี GGM คิดเป็น P/BV ที่ 1.28 เท่า ภายใต้สมมติฐาน LT-ROE ที่ 13.9% และ COE ที่ 12%







