บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

STARFLEX (SFLEX TB)

มาร์จิ้นแข็งแกร่งหนุนการปรับเพิ่มกำไร

  • กำไรปกติ 2Q26 ทำสถิติสูงสุด จากรายได้เติบโตและอัตรากำไรขั้นต้นที่โดดเด่น
  • อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงอย่างโดดเด่นจาก Product mix และการติดตั้งเครื่องจักรต้นน้ำ รวมถึงควบคุมรายจ่ายที่มีประสิทธิภาพ หนุนการปรับเพิ่มกำไร
  • ปรับประมาณการเพิ่ม คงคำแนะนำซื้อ เพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 4.00 บาท

กำไรปกติทำสถิติสูงสุดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่โดดเด่น

SFLEX รายงานกำไรปกติ 2Q26 ที่น่าประทับใจ โดยทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 79.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.1% q-q และ 46.4% y-y สูงกว่าประมาณการของเรา 24% ปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดมากและทำสถิติสูงสุดที่ 27.6% ขณะที่รายได้เติบโตแข็งแกร่งเช่นกันที่ 4.8% q-q และ 9.9% y-y เป็น 514.4 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการของเราเล็กน้อย การเติบโตของรายได้ได้แรงหนุนจากลูกค้าเร่งซื้อและสะสมสินค้าท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านวัตถุดิบและการขนส่ง ขณะเดียวกัน SFLEX สามารถปรับราคาขายเพื่อส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้

Product mix และการคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพหนุนอัตรากำไรสูงขึ้น

Product mix ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะความต้องการบรรจุภัณฑ์ชนิดซองพร้อมหัวจ่ายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ การผลิตฟิล์มเอง และการใช้เครื่องจักรใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 เพิ่มเป็น 27.6% สูงขึ้น 184 bps q-q และ 399 bps y-y ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังควบคุมได้ดีแม้ค่าขนส่งสูงขึ้น

ขาดทุนจากบริษัทร่วมลดลง แนวโน้มกำไรยังสดใส หนุนการปรับเพิ่มกำไร

SFLEX รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า 2.9 ล้านบาทใน 2Q26 ดีกว่าประมาณการของเราและดีขึ้นจากขาดทุน 5.3 ล้านบาทใน 1Q26 โดย Star Union Packaging (SUP) ยังคงขาดทุนเนื่องจากอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ขณะที่ผลประกอบการของ Starprint Vietnam อ่อนตัวลง ส่วนหนึ่งจากการอ่อนค่าของเงินดองเวียดนาม เรามองว่าการเร่งซื้อสินค้าของลูกค้าท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยบวกชั่วคราว อย่างไรก็ตาม จากกำไร 2Q26 ที่สูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังยืดเยื้อ เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2026-28 ขึ้น 4-6%

ปรับเพิ่มประมาณการและราคาเป้าหมาย คงคำแนะนำซื้อ

สำหรับปี 2026 เราปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 26.1% จากเดิม 24.2% แม้เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 2H26 จะชะลอลงแต่คาดว่าจะยังสูงกว่าประมาณการเดิมจาก Product mix ที่ดีขึ้น ส่งผลให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2026 เป็น 267.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% y-y สำหรับปี 2027 เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติ 4.9% เป็น 269.3 ล้านบาท ทรงตัว y-y เราคาดว่าปัจจัยบวกชั่วคราวที่เกิดขึ้นใน 2Q26 จะทยอยหมดไป ขณะที่อัตราภาษีจ่ายจะเพิ่มขึ้นตามสิทธิประโยชน์จาก BOI ทยอยสิ้นสุด เราเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 4.00 บาท จาก 3.80 บาท (2026E P/E 12.0x)

- Advertisement -