บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Contractor Sector

กำไรรวม 2Q69: ผลประกอบการแข็งแกร่งกว่าคาด (Overweight Maintained)

Event 

ผลประกอบการกลุ่มรับเหมาฯ 2Q69 และแนวโน้ม 2H69F  

Impact 

CK* แจ้งกำไร 2Q69 ที่ 800 ล้านบาทหนุนจากส่วนแบ่งกำไร BEM* ที่สูง 

กำไร 2Q69 ของ CK Group (CK.BK/CK TB)* สูงกว่าเราคาด 22% และสูงกว่าตลาดคาด 17% หนุนจากส่วนแบ่งกำไรจาก Bangkok Expressway and Metro (BEM.BK/BEM TB)* ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 404 ล้านบาท (เทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ไตรมาสที่ 300 ล้านบาท) เมื่อเทียบ YoY กำไรลดลง 7% จากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รวมถึงรายได้ดอกเบี้ยและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง จากการไม่มีกำไรอัตราแลกเปลี่ยนของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง แต่หากเทียบ QoQ กำไรพุ่งขึ้นถึง 143% แรงหนุนจากเงินปันผลรับของ TTW Plc (TTW.BK/TTW TB) รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่สูงกว่าคาดที่ 467 ล้านบาท (+58%) และกำไรหลักที่แข็งแกร่ง ด้วย gross margin สูงที่ 8.1% (สูงสุดนับตั้งแต่ 1Q65) โดยที่ต้นทุนการเงินลดลง 8% ขณะนี้ กำไร 1H69 ที่ 1.13 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY) คิดเป็น 56% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา 

กำไรปกติ 2Q69 ของ STECON* สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (+78% YoY และ +160% QoQ) 

เรายังสังเกตว่ากำไร 2Q69 ของ STECON Group (STECON.BK/STECON TB)* ที่ 911 ล้านบาท (รวมเงินปันผลรับพิเศษจาก Gulf Dev (GULF.BK/GULF TB)* ที่ 736 ล้านบาท) ซึ่งใกล้เคียงกับทั้งเราและตลาดคาดไว้ เมื่อเทียบ QoQ รายได้พุ่งขึ้น 30% ที่ 9.5 พันล้านบาท แต่ gross margin ลดลง 0.5ppt อยู่ที่ 7.4% ขณะที่ สัดส่วนคชจ. SG&A to sales แย่ลงที่ 3.2% (ก่อนหน้านี้เกิน 4%) แต่ต้นทุนการเงินยังคงเพิ่มจากภาระหนี้ที่สูงขึ้นตามการขยายธุรกิจ เมื่อเทียบ YoY รายได้เพิ่ม 8% ด้วย gross margin ดีขึ้นเล็กน้อยส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น 11% หากตัดเงินปันผลรับพิเศษดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 174 ล้านบาท (+7% YoY และ +13% QoQ) หลัก ๆ จากคชจ. SG&A ลดลงและรายได้สูงขึ้น ขณะนี้ กำไร 1H69 ที่ 1.26 พันล้านบาท (+48% YoY) คิดเป็น 72% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา  

แนวโน้มกำไร 2H69F อ่อนตัวลง แต่คาดว่าจะเปิดประมูลงานใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน 

กำไรสุทธิของ STECON ทำจุดสูงสุดไปแล้วใน 2Q69 แต่เราคาดว่ากำไรหลัก 3Q69F อาจเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ จากโมเมนตัมรายได้เติบโตที่แข็งแกร่งและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี ด้าน CK เราคาดว่ากำไรจะลดลง YoY จากฐาน 3Q68 สูง (มีกำไรพิเศษและส่วนแบ่งกำไรที่แข็งแกร่งจากทั้ง BEM และ CK Power (CKP.BK/CKP TB)*) ขณะที่ คาดกำไร 4Q69F ของทั้ง CK และ BEM จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากไม่มีรายการกำไรพิเศษและปัจจัยฤดูกาล (low season)  

Valuation & Action 

เราคงให้คำแนะนำ “ซื้อ” ทั้ง STECON และ CK ประเมินราคาเป้าหมายที่ 20.50 บาท อิงจาก PE ปี 2570F ที่ 21x (ค่าเฉลี่ยในอดีต) และ 23.00 บาท อิงจาก PE ปี 2570F ที่ 18.5x (-0.5 S.D.) ตามลำดับ โดยที่ CK ได้ประกาศจ่าย DPS 1H69 ที่ 0.20 บาท (XD: 27 ส.ค. 69) คิดเป็น yield ราว 1.11% ขณะนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่กำลังจะเกิดขึ้นภายใต้รูปแบบ PPP (Public￾Private Partnership) โดยเฉพาะโครงการระบบรางและถนนที่คาดว่าจะเปิดประมูลในระยะใกล้ นอกจากนี้ วัฏจักการลงทุนขาขึ้นของภาคเอกชน จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ ทั้งนี้ เราคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาฯ “มากกว่าตลาดฯ”  

Risks 

อัตราการขยายตัวของ GDP, ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ , การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่าง ๆ การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการปรับเพิ่มค่าแรงงานขั้นต่ำ 

- Advertisement -