บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Central Retail Corporation (CRC.BK/CRC TB)*
ผลประกอบการ 2Q69: ดีกว่าประมาณการ (Outperform‧Maintained)
Event
กำไรสุทธิของ CRC ใน 2Q69 อยู่ที่ 2.0 พันล้านบาท (+79% YoY, -27% QoQ) ดีกว่าประมาณการของ KGI และ นักวิเคราะห์ในตลาด 52% และ 38% หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติใน 2Q69 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท (+57% YoY, -27% QoQ) ดีกว่าประมาณการของเรา 57% จาก i) อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสูงกว่าที่คาด 130bps และ ii) รายได้อื่นสูงเกินคาด จากรายได้เงินปันผล และ ค่าสินไหมประกัน (~290 ล้านบาท) ทั้งนี้ กำไรปกติในงวด 1H69 อยู่ที่ 5 พันล้านบาท (+31% YoY) และ คิดเป็น 64% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
Impact
อัตรากำไรดีจากการคุมต้นทุน
ถึงแม้ว่าอุปสงค์ในภาพรวมจะดีขึ้นไม่มากนัก โดย SSSG ใน 2Q69 อยู่ที่ +1% (ธุรกิจในประเทศไทย +1%นำโดยกลุ่มอาหารที่ +5% และ ธุรกิจในเวียดนาม -1%) ทำให้ยอดขายใน 1Q69 อยู่ที่ 5.31 หมื่นล้านบาท (+3% YoY, -11% QoQ) แต่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายใน 2Q69 อยู่ที่ 25.6% (+1.7ppts YoY, +1.5ppts QoQ) จากทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งได้แก่ i) กลุ่ม hardline ที่ได้อานิสงส์จากสินค้าคงคลังที่มีต้นทุนต่ำ และ ยอดขายสินค้า private label (20% ใน 1H69 จาก 18% ใน 1H68) ii) กลุ่ม fashion จากผลของฐานที่ต่ำในปีที่แล้วจากการโละสต็อก และ ยอดขายสินค้า private brand (5% ในงวด 1H69 จาก 4% ใน 1H68) และ iii) กลุ่มอาหาร จากการดำเนินงานที่ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายในงวด 1H69 เพิ่มขึ้นเป็น 24.8% (+4.6ppts YoY) จากเป้าของบริษัทที่ตั้งไว้ 10bps YoY ในปี 2569 ส่วนค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นเป็น 1.65 หมื่นล้านบาท (+3% YoY, +1% QoQ) จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับช่องทาง online channel และ ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ต้นทุนการเงินอยู่ที่ 812 ล้านบาท (-17% YoY, +4% QoQ) ได้แรงหนุนจาก i) ยอดหนี้ที่ภาระดอกเบี้ยลดลง และ ii) การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้นอีก 13-15%
โมเมนตัมของยอดขายะดีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 (SSSG เป็นบวกหลักเดียวต่ำ ๆ ทั้งในส่วนของกิจการในประเทศไทย และ เวียดนาม) เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นต่อเนื่อง YoY แต่จะโตในอัตราที่ต่ำกว่าใน 2Q69 ที่ 170bps เพราะอาจจะไม่ได้อานิสงส์จากสินค้าคงคลังที่มีต้นทุนต่ำแล้ว และ ผลจากฐานที่ต่ำเพราะการโละสต็อก และ เมื่อประกอบกับรายได้อื่นที่สูงเป็นพิเศษใน 2Q69 (จากเงินปันผล และ ค่าสินไหมประกัน) เราคาดว่ากำไรใน 3Q69 จะแผ่วลง QoQ แต่น่าจะยังเพิ่มขึ้น YoY อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการที่ออกมาดีใน 2Q69 ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F-2570F ขึ้นอีก 13-15% ซสะท้อนถึงการปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายขึ้นอีก 50-00bps และ การใส่ผลขาดทุนจาก AEON (Thailand) Ltd (ขาดทุน 70 ล้านบาทในปีนี้ และ 200 ล้านบาทในปี 2570F) เข้ามาในประมาณการ ทั้งนี้ เราปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 24.7% (+40bps จากเดิมที่บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่ม 10bps) และ ปี 2570F เป็น 24.8% (+10bps YoY)
Valuation & action
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 1H70F เป็น 28.00 บาท อิงจาก PER เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ 18.0x (กลุ่มแฟชั่นที่ 17.0x (-0.25 S.D.), กลุ่มอาหารที่ 19.5x (-1.5 S.D.) และ กลุ่ม hardline ที่ 17.0x (เฉลี่ย)) จากเดิมที่ 23.80 บาท เราคาดว่าการควบคุมภายในอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยหนุนให้กำไรโต แม้จะไม่มีส่วนแบ่งกำไรจากอิตาลีแล้วก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” บริษัทจะจัดประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 18 สิงหาคม 2569
Risks
การแข่งขันเข้มข้นมากขึ้น, เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ความนิยมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการ, ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย และ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน








