บล.พาย:
TIDLOR: TIDLOR Holding PCL
แนวโน้มกำไรใน 2H26 เติบโตแข็งแกร่ง YoY
คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 24 บาท คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 17%, Terminal growth 2%) อิงจาก 1.9x PBV’26E และ 11.2x PE’26E กำไรสุทธิใน 2Q26 ออกมาที่ 1.5 พันล้านบาท (+18% YoY, -5% QoQ) และ NPL ratio ทรงตัวที่ 1.5% เรามีมุมมองเป็นบวกต่อการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นหลังการประชุมนักวิเคราะห์ โดยเฉพาะการควบคุมคุณภาพสินเชื่อตามเป้าหมาย และงบดุลแข็งแกร่ง โดยเราปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น และคาดกำไรสุทธิในปี 2026 เติบโตโดดเด่น 26% YoY ขณะที่แนวโน้มใน 2H26 คาดกำไรจะเติบโตสูง 25% YoY และลดลงเล็กน้อย HoH จากฐานกำไรที่สูงใน 1Q26
กำไรสุทธิใน 2Q26 เติบโต 18% YoY แต่ลดลง 5% QoQ
-
กำไรสุทธิออกมาที่ 1.5 พันลบ. (+18% YoY, -5% QoQ) กำไรเติบโต YoY จาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 2) รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว และ 3) สำรองหนี้ฯ ลดลง แต่กำไรปรับลดลง QoQ เนื่องจากสำรองหนี้ฯ เพิ่มขึ้น และรายได้ค่าธรรมเนียมลดลง
-
สินเชื่อรวมขยายตัว 2.4% QoQ (+6.3% YoY) การขยายตัวจากสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันล้อกับจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น และจากช่องทางดิจิทัล
-
หนี้เสียเพิ่มขึ้น 7% QoQ แต่เพราะฐานสินเชื่อขยายตัว NPL ratio ทรงตัวที่ 1.5% และ Coverage ratio ลดลงที่ 322% แต่ถือเป็นระดับสูง ส่วน Stage 2 ratio ทรงตัวที่ 16.3% ทั้งนี้ Credit Cost เพิ่มขึ้น 35 bps QoQ ที่ 206 bps (-57 bps YoY)
-
NIM เพิ่มขึ้นที่ 16.2% (+58 bps YoY, +28 bps QoQ) จากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อเพิ่มขึ้น และต้นทุนการเงินลดลง
-
จำนวนสาขาเพิ่มเป็น 1,918 สาขา (+26 สาขา QoQ) สินเชื่อต่อสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 58.7 ล้านบาท
เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
-
เป้าหมายการเงินในปี 2026 1) คงเป้าสินเชื่อ 5-10% เน้นการเติบโตสินเชื่อจำนำทะเบียน 2) คงเป้า Non-Life Insurance premium growth ที่ 5-10% 3) คงเป้า NPL ratio ที่ 1.5-1.8% 4) ปรับลดเป้า Credit cost ลงเหลือ 2.0-2.5% (เดิม 2.5-2.8%) จากคุณภาพสินเชื่อที่ควบคุมได้ตามคาด และ 5) คงเป้า Cost to income ratio ที่ Mid-50% ทั้งนี้ NIM ใน 2H26 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และต้นทุนการเงินแนวโน้มปรับลดลง 5-10 bps ใน 2H26
-
TIDLOR มองว่าไม่กระทบจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคุมเข้มดูแลธุรกิจนอนแบงค์ เพราะได้ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ ธปท. อยู่แล้ว
-
โครงการซื้อหุ้นคืน (28 พ.ค.-27 พ.ย.) ปัจจุบัน TIDLOR ใช้เงินทุนรวม 351 ล้านบาท จากจำนวนทั้งหมด 2.4 พันล้านบาท ทำให้ยังมีเวลาในการพิจารณาโครงการ
-
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9%/7% ในปี 2026-27 สะท้อน 1) ปรับลด Credit cost ลงเหลือ 2.2/2.1% (เดิม 2.65/2.5%) และ 2) ปรับ NIM ขึ้น 20/30 bps เป็น 15.1%/15.3% ตามลำดับ โดยคาดกำไรสุทธิจะเติบโต 26%/9% ในปี 2026-27 หนุนจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัว 2) รายได้จากเบี้ยประกันวินาศภัยขยายตัว และ 3) สำรองหนี้ฯ ลดลง








