บล.เอเซีย พลัส:

CK 2Q69 แข็งแกร่ง ปูทางสู่การเติบโตรอบใหม่ (Buy)

Flash Points

  • งวด 2Q69 กำไรสุทธิ 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143%QoQ แต่ลดลง 7%YoY มากกว่าคาด 12% กำไรเติบโตจากไตรมาสก่อน มาจากรายได้ธุรกิจก่อสร้างที่ยังทรงตัวในระดับสูงราว 1.13 หมื่นล้านบาท จากความคืบหน้าของโครงการหลัก ได้แก่ หลวงพระบาง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีม่วงใต้ สายสีน้ำเงิน และรถไฟฟ้าทางคู่เด่นชัย-เชียงของ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นจาก 7.42% ใน 1Q69 เป็น 8.15% และมีภาระดอกเบี้ยลดลง 8%QoQ หลัง CK นำเงินชำระคืนจากบริษัทไชยะบุรี พาวเวอร์ ปลดหนี้ โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
  • อีกปัจจัยหนุนสำคัญมาจากเงินปันผลรับจาก TTW จำนวน 232 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจาก BEM และ CKP รวม 467 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลงเทียบกับปีก่อน เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 21%YoY โดยเฉพาะจาก CKP ที่มีฐานกำไร 2Q68 สูงผิดปกติ จากการรับรู้กำไรอัตราแลกเปลี่ยนผ่านบริษัทลูกคือ ไชยะบุรี พาวเวอร์
Impact Insight
  • แนวโน้มกำไร 3Q69 ยังโดดเด่น จากธุรกิจก่อสร้างที่มีความต่อเนื่อง บวกกับส่วนแบ่งกำไรของบริษัทลูกที่จะเพิ่มขึ้น โดย CKP เข้าสู่ช่วงผลิตไฟฟ้าสูงสุดในฤดูฝน ขณะที่ BEM ได้อานิสงส์จากปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าที่สูงสุดของปี ประกอบกับการรับรู้เงินปันผลจาก TTW อีกครั้ง ช่วยหนุนคุณภาพกำไรและลดความผันผวนของผลประกอบการ
  • CK มีฐานรายได้ที่แข็งแกร่งจาก Backlog ราว 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งรองรับการรับรู้รายได้ยาวกว่า 4 ปี ช่วยสร้างความมั่นคงให้ผลประกอบการในระยะข้างหน้า ขณะที่ยังมีโอกาสได้รับงานขนาดใหญ่เพิ่มเติมจากทั้งโครงการภาครัฐและงานภายในกลุ่มบริษัท อาทิ Double Deck, งาน M&E รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้, โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิฝั่งตะวันออก และ Mega Project ภาครัฐอีกหลายโครงการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติม Backlog และรักษาระดับรายได้ในระยะยาว
Execution
  • CK มีจุดแข็งจากโครงสร้างรายได้ที่สมดุลระหว่างธุรกิจก่อสร้างซึ่งเป็นธุรกิจหลัก และรายได้ประจำจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมผ่านส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผล ช่วยสร้างความมั่นคงให้ผลประกอบการ ขณะที่การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในระยะข้างหน้าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโต ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเหมาะสมปี 2570 ด้วยวิธี Sum-of-the-Parts ที่ 24.00 บาท ( Implied PER 18 เท่า)
- Advertisement -