บล.ฟิลลิป:
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ – BH (BH TB)
แนวโน้มครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง
Key Point
BH รายงานกำไรหลัก 2Q69 ที่ 1,886 ลบ. (+5.6% q-q, +1.7% y-y) สูงกว่าที่เราคาด 1,868 ลบ. และสูงกว่า Bloomberg consensus จากการเติบโตของรายได้ทั้งผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดชดเชยผู้ป่วยไทยที่อ่อนตัวแม้ GPM กดดันเล็กน้อย แต่ EBITDA Margin ยังขยายตัวได้จาก SG&A to sales ที่ลดลง ขณะที่ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจัยฤดูกาลและการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ หลังจำนวนผู้เดินจากตะวันออกกลางเดินทางมาไทยแตะ 1.4 แสนคนในเดือน ก.ค. 69 สนับสนุนสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติซึ่งมีอัตรากำไรสูง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 200 บาทต่อหุ้น
กำไรหลักใน 2Q69 เติบโตมากกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์
BH รายงานกำไรหลัก 2Q69 ที่ 1,886 ลบ. (+5.6% q-q, +1.7% y-y) สูงกว่าที่เราคาด 1,868 ลบ. และสูงกว่า Bloomberg consensus จากการเติบโตของรายได้ทั้งผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด แม้ว่ายังถูกจำกัดจากผู้ป่วยไทยที่ชะลอตัว รวมถึงการเติบโตของต้นทุนกิจการโรงพยาบาลที่เร่งตัวสูงกว่ารายได้ จากแรงกดดันหลักจากค่าธรรมเนียมการแพทย์ ต้นทุนสินค้าซึ่งเป็นผลให้ GPM อ่อนตัวลงสู่ 52.2% (vs. 52.5% ใน 2Q68) ขณะที่ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น แต่โตช้ากว่ารายได้ที่เพิ่มเป็นผลให้ SG&A to sales ลดลงสู่ 15.7% (vs. 16.0%) หนุน EBITDA Margin ขยายตัวที่ 41.1% (vs. 40.8% ใน 2Q68)
รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเร่งตัวชดเชยรายได้ผู้ป่วยไทยที่อ่อนตัว
BH รายงานรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 2Q69 ที่ 6,231 ลบ. (+0.4% q-q, +3.8% y-y) สนับสนุนจากสัดส่วนรายได้ของผู้ป่วยต่างชาติต่อผู้ป่วยไทยที่ปรับตัวดีขึ้นสู่ 66:34 (vs. 64:36 ใน 2Q68) โดยผู้ป่วยต่างชาติสร้างรายได้ 4,138 ลบ. (+1.5% q-q, +7.0% y-y) เป็นผลจากผู้ป่วยเมียนมา (+27.8% y-y), กลุ่มตะวันออกกลาง (+7.1% y-y) และสหรัฐอเมริกา (+19.2% y-y) ขณะที่ผู้ป่วยไทยสร้างรายได้ 2,094 ลบ. (-1.6% q-q, -2.1% y-y)
แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง
แนวโน้มครึ่งปีหลังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาล เที่ยวบินที่เริ่มกลับมาให้บริการ และการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลาง โดยที่จำนวนผู้เดินทางจากตะวันออกกลางมาไทยแตะ 1.4 แสนคน (+8.6% y-y) ในเดือน ก.ค. 69 นำโดย UAE (+22% y-y), ซาอุดีอาระเบีย (+10% y-y), โอมาน (+4% y-y) โดยที่การกลับมาของตะวันออกกลางจะหนุนสัดส่วนผู้ป่วยให้ไปสู่กลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น ซึ่งคาดช่วยลดแรงกดดันต่อ GPM ในครึ่งปีหลัง
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานที่ 200.00 บาทต่อหุ้น
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2569E ที่ 200.00 บาทต่อหุ้น สะท้อนการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติที่เร็วกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่ทยอยกลับมาภายหลังข้อจำกัดด้านการเดินทางคลี่คลาย ประกอบกับโครงสร้างรายได้ที่มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติสูงขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง และปัจจัยฤดูกาลหนุนให้แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังเติบโต








