บล.ฟิลลิป:
CPF กำไร 2Q69 หดตัว คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว
ทยอยซื้อ TP’69: 23.30
CPF กำไร 2Q69 หดตัว y-y และ q-q ได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์และต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังเห็นความแข็งแกร่งของปริมาณการขายที่เติบโตได้โดดเด่นในตลาดเวียดนาม ทิศทางครึ่งปีหลังมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนจากการปรับสมดุลอุปทานทั้งในไทยและจีนร่วมกับความต้องการบริโภคที่เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ คงราคาพื้นฐาน 23.30 บาท มี Upside และ Dividend ที่น่าสนใจ แนะนำ “ทยอยซื้อ”
| งบรวม | 2Q69 | 1Q69 | 2Q68 | % y-y | % q-q | 6M69 | 6M68 | % y-y |
| กำไร | 4,076 | 4,875 | 10,377 | -60.7 | -16.4 | 8,951 | 18,926 | -52.7 |
| EPS | 0.50 | 0.60 | 1.31 | -61.8* | -16.7* | 1.11 | 2.38 | -53.4* |
หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
*CPF มีการซื้อหุ้นคืนจำนวน 83.7 ล้านหุ้น สิ้นสุดวันที่ 7 เม.ย.69
-
กำไรสุทธิ 2Q69 หดตัว q-q และ y-y : CPF รายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,076 ล้านบาท ลดลง 61 % y-y จากระดับราคาขายเนื้อสัตว์ในหลายประเทศยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปีก่อนหน้า และต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
-
ราคาขายปัจจัยหลักกดดันยอดขาย: ยอดขายรายได้จากการขายร่วมในไตรมาสนี้มีจำนวน 147,186 ล้านบาท flat y-y สุกรไทย ตลาดยังคงเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกิน เนื่องจากปริมาณเนื้อสุกรในตลาดเกินความต้องการบริโภค ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ธุรกิจไก่เนื้อ มีปริมาณอุปทานในประเทศเพิ่มขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการบางรายติดขัดเรื่องการส่งออก ส่งผลให้มีปริมาณสินค้าไหลกลับมาจำหน่ายในประเทศมากขึ้น ด้านสุกรในเวียดนามปริมาณการขายสุกรในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้ในรูปของเงินดองยังเติบโตได้ดี ประเทศจีนยังท้าทายจากอุปทานในจีนที่สูง
-
ครึ่งฟื้นตัวชัดเจน: แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 2H69 คาดว่าจะมี การฟื้นตัวที่ชัดเจนและดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับสมดุลของอุปทานเนื้อสัตว์ในตลาด ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสุกรในประเทศไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ธุรกิจในประเทศจีนคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นจากการที่รัฐบาลจีนดำเนินนโยบายลดปริมาณแม่พันธุ์สุกรเพื่อแก้ไขปัญหาอุปทานล้นตลาด สำหรับธุรกิจในเวียดนามคาดว่าจะยังคงรักษาความแข็งแกร่งของระดับราคาขายไว้ได้ตามเป้าหมาย
-
คงประมาณการและราคาพื้นฐาน แนะนำ “ทยอยซื้อ” : คงราคาพื้นฐานปี 2569 ที่ 23.30 บาท เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันจะมี Upside ที่ 6.9% ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.45 บาท XD วันที่ 31 ส.ค. และคาดการณ์เงินปันผลปี 2569 ที่ 1.01 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น Dividend Yield 4.63% แนะนำ “ทยอยซื้อ”








