บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

CHULARAT HOSPITAL (CHG TB)

2Q miss, 3Q recovery ahead

  • คาดกำไรปกติ 2Q26 ต่ำกว่าประมาณการของเราและตลาด 7% จากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และรายได้จากคนไข้เงินสดที่อ่อนแอกว่าคาด
  • ประเมินกำไรจะฟื้นตัวใน 3Q26 และแข็งแกร่งต่อเนื่องในช่วง 2H26 จากคนไข้ตามฤดูกาล โอกาสการปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายของ SSO และการฟื้นตัวของปริมาณคนไข้ต่างชาติ
  • คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 2.02 บาท โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวยังคงอยู่

กำไรปกติ 2Q26 ต่ำกว่าคาด

CHG รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 229 ลบ. หากไม่รวมกำไรพิเศษ 20 ลบ. จะมีกำไรปกติ 209 ลบ. (-16% q-q, +1% y-y) ต่ำกว่าประมาณการของเราและตลาด 7% สาเหตุหลักมาจาก GPM ที่ต่ำกว่าคาด จากรายได้กลุ่มคนไข้เงินสดอ่อนตัว (-1% q-q, -3% y-y) และค่าใช้จ่ายการรักษาโรคซับซ้อนสูงขึ้น ขณะที่รายได้จากกลุ่มคนไข้ประกันสังคม (SSO) ยังเติบโต 10% y-y จากความซับซ้อนของการรักษาที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากการกลับรายการรายได้ปรับความเสี่ยงโรคเรื้อรังที่ลดลง

รายได้ IPD ที่อ่อนแอกดดัน GPM

รายได้จากกลุ่มคนไข้เงินสดลดลง 3% y-y เนื่องจากการเติบโตของรายได้ OPD 9% y-y ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ IPD 14% y-y โดยรายได้ OPD รับแรงหนุนจากรายได้ต่อครั้งที่สูงขึ้นและความต้องการรักษาที่เพิ่มขึ้นในศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง โดยเฉพาะศูนย์หัวใจ ขณะที่รายได้ IPD ลดลงจากรายได้กลุ่มคนไข้จากตะวันออกกลางที่ชะลอตัว เคสผ่าตัดกระเพาะอาหารลดลง และจำนวนผู้ป่วยในที่ลดลง ส่งผลให้ GPM ต่ำกว่าที่เราคาด แม้ SG&A จะทรงตัว y-y จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กำไรปกติ 1H26 เติบโต 5% y-y คิดเป็น 45% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2026 ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี

แนวโน้ม 3Q26 และ 2H26 ยังเป็นบวก

เราคาดกำไรจะฟื้นตัวใน 3Q26 จากความต้องการใช้บริการทางการแพทย์ตามฤดูกาล และปริมาณคนไข้ชาวไทยที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน การเติบโตของรายได้มีแนวโน้มสมดุลมากขึ้น จากปริมาณคนไข้ทยอยฟื้นตัว ขณะที่รายได้ต่อคนไข้ยังได้รับแรงหนุนจากสัดส่วนการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เราคาดรายได้จากคนไข้ต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและเมียนมาจะดีขึ้นต่อเนื่อง จึงยังคงประมาณการการเติบโตของกำไรปกติปี 2026-28 ที่ 7-9% โดยยังมี upside จากโอกาสการปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายรายหัวของ SSO ในช่วง 4Q26

คงคำแนะนำ ซื้อ จากมูลค่าที่ยังน่าสนใจ

เราคงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมาย 2.02 บาท (DCF) แม้ผลประกอบการไตรมาสนี้จะต่ำกว่าคาด แต่เรามองว่าเป็นปัจจัยชั่วคราว ขณะที่ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวยังคงอยู่ ทั้งจากการมุ่งเน้นการรักษาโรคซับซ้อน การขยายบริการเฉพาะทาง และโครงการลงทุนใหม่ ได้แก่ การขยายโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 และโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่จังหวัดระยอง ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ 17x P/E ปี 2026 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มการแพทย์ในประเทศที่ 18x และให้ผลตอบแทนเงินปันผลราว 5% จึงยังมีความน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว

- Advertisement -