บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
TIDLOR HOLDINGS (TIDLOR TB)
Better asset quality lifts earning outlook
-
การประชุมเป็นบวก โดยเป้าต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่ลดลงช่วยเสริมความมั่นใจต่อคุณภาพสินทรัพย์และแนวโน้ม 2H26
-
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026–28E จากต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่ลดลงและ loan spread ที่แข็งแกร่งขึ้น หักลบบางส่วนด้วยการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนตัว
-
คงคำแนะนำซื้อและเป็นหุ้น Top pick เด่นสุดในกลุ่ม พร้อมราคาเป้าหมายใหม่ปี 2026 ที่ 24 บาท
ลดเป้าต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ หนุนความมั่นใจต่อคุณภาพสินทรัพย์
การประชุมนักวิเคราะห์ให้มุมมองเป็นบวก โดย TIDLOR ปรับลดเป้าต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อปี 2026 เป็น 2.00–2.50% จาก 2.20–2.80% สะท้อนต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ 1H26 ที่ 1.94% (FSSIA คำนวณ) แม้สัดส่วนหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นเป็น 1.56% จาก 1.49% ณ สิ้น 1Q26 แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1.50–1.80% โดยผู้บริหารยืนยันว่าคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ TIDLOR คงเป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 2026 ที่ 5–10% y-y (1H26: +2.6% YTD) โดยเน้นสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์และรถยนต์ ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเริ่มทรงตัว ขณะที่อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 55.1% จากการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน AI และเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ยังสอดคล้องกับเป้าหมายระดับ mid-50%
การเติบโตของธุรกิจประกันภัยยังแข็งแกร่ง ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มลดลงต่อ
ธุรกิจนายหน้าประกันภัยยังคงเติบโตสูงกว่าภาพอุตสาหกรรมใน 1H26 โดยเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่ประกันชีวิตเติบโต 9.5% y-y (เทียบกับอุตสาหกรรม 5M26: +2.5%) สอดคล้องกับเป้าหมายของ TIDLOR ที่ 5–10% อย่างไรก็ดี การแข่งขันในธุรกิจประกันภัยรถยนต์ที่รุนแรงขึ้นและการเปลี่ยนไปใช้ประกันชั้น 2 อาจกดดันการเติบโตใน 2H26E ขณะที่ต้นทุนทางการเงินคาดลดลงอีก 5–10bps จาก 3.06% ใน 1H26 นอกจากนี้ TIDLOR ออกหุ้นกู้ Euro-yen มูลค่า 3.50 พันลบ. (JPY16.9b) ที่มีต้นทุนต่ำกว่า 3.42% หลังการทำ hedging จากการบริหารแหล่งเงินทุนในประเทศและต่างประเทศอย่างเชิงรุก
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่ลดลงและ spread ที่แข็งแกร่งขึ้น
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026–28 ขึ้น 3.2–5.5% จาก 1) สมมติฐานต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่ลดลงเป็น 2.40–2.44% จาก 2.60% สะท้อนผลการดำเนินงาน 1H26 และเป้าหมายใหม่ของ TIDLOR 2) สมมติฐาน loan spread ที่สูงขึ้นเป็น 15.56–15.64% จาก 14.99–15.20% สะท้อนผลการดำเนินงาน 1H26 ที่แข็งแกร่งกว่าคาด โดยเราปรับเพิ่มสมมติฐานผลตอบแทนสินเชื่อที่เดิมอยู่ในระดับระมัดระวัง และปรับลดประมาณการต้นทุนทางการเงิน และ 3) สมมติฐานการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงเป็น 6.7–7.1% y-y จาก 7.3–9.9% y-y เพื่อสะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น หลังการปรับประมาณการ เราคาดกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 10.9% ในช่วงปี 2026–28 เพิ่มขึ้นจาก 9.8% ก่อนหน้า สำหรับ 3Q26E เราคาดโมเมนตัมกำไรจะแข็งแกร่งขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อที่เร่งตัวและ spread ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะชดเชยต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นได้มากกว่า
คงคำแนะนำซื้อ ปรับราคาเป้าหมายปี 2026 เป็น 24 บาท
เราคงคำแนะนำซื้อ และเลือก TIDLOR เป็นหุ้น Top pick ในกลุ่ม พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2026 เป็น 24 บาท จาก 23 บาท อิงวิธี GGM ที่ค่า P/BV 1.90x จาก 1.81x, LT-ROE 16.8% จาก 16.2% และ COE 10.7% ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี่ upside ที่น่าสนใจและอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 5% ต่อปี








