บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย): 

S Hotels and Resorts (SHR.BK/SHR TB)

กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว…เตรียมเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวต่อไป (Outperform‧Upgraded)

Event 

ปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” หลังมีมุมมองเชิงบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์  

Impact 

คาดผลประกอบ 2H69F จะดีขึ้นจากอุปสงค์ฟื้นตัว 

ผู้บริหารคาดว่าโมเมนตัมการดำเนินงาน 2H69F จะดีขึ้น หลังจาก RevPAR ใน 1H69 เติบโต 6% YoY (เทียบกับ guidance การเติบโตเป็นเลขหลักเดียวกลาง ๆ ถึงสูง) หนุนจากยอดจองล่วงหน้าที่แข็งแกร่งขึ้น โดยที่พบว่า RevPAR ในประเทศไทยเดือนก.ค. 69 เติบโต 7% YoY จากการโรงแรมที่สมุยฟื้นตัวดีตามฤดูกาลและอุปสงค์สูงขึ้นจากตลาดเดินทางระยะไกล ขณะที่ RevPAR ที่มัลดีฟส์เติบโต 9% YoY จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลงและฐานลูกค้ากว้างขึ้น โดยยอดจองห้องพักเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งก่อนเข้าสู่ช่วงพีคใน 4Q69–1Q70F ขณะที่ คาดโรงแรมที่ฟิจิจะได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ช่วง high season แต่ก็ถูกถ่วงจากผลการดำเนินงานในสหราชอาณาจักรยังได้รับผลจากการรีโนเวทโรงแรม 2 แห่งในเมืองกลาสโกว์และ แมนเชสเตอร์ซึ่งกดดัน occupancy rate อยู่  

คาดมาร์จิ้น 3Q69F ขยายตัว 

มาร์จิ้น 2Q69 ถูกกดดันลดลงที่ 31.5% จาก 36.4% ใน 2Q68 ผลจากต้นทุนพลังงานสูงขึ้นเป็นหลัก แต่เราคาดว่าความสามารถในการทำกำไร 2H69F จะดีขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่ผ่อนคลายลงและรายได้ฟื้นตัว QoQ นอกจากนี้ ภาระหนี้สินที่ลดลงต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม โดย SHR มีแผนออกหุ้นกู้มูลค่า 1.7 พันลบ. ส่วนใหญ่เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เดิม (1.4 พันลบ.) ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำลงที่ 4.4–4.6% (จากเดิม ~5%) โดยที่ผู้บริหารคาดว่าอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยจะลดลงมาเหลือราว 5.0% จาก 5.2–5.3% ใน 2Q69 สำหรับหนี้สินส่วนที่เหลืออีกราว 300 ลบ. จะนำไปใช้เพื่อรีโนเวทโรงแรมใหม่ อีกทั้ง SHR ยังคงเดินหน้าหาโอกาสทำดีล M&A โดยมุ่งเน้นโรงแรมระดับ upper-upscale ในประเทศไทย ขณะที่ การจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักในสหราชอาณาจักรจำนวน 15 แห่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ปัจจุบันบริษัทกำลังเจรจากับผู้ซื้อรายอื่นอยู่และคาดว่าจะได้ข้อสรุปการจำหน่ายสินทรัพย์ภายในสิ้นปีนี้  

คาดกำไร 2Q69 น่าจะแตะจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว 

เราคาดกำไร 2Q69 น่าจะแตะจุดต่ำสุดของปีนี้ จากนั้นความสามารถในการทำกำไรจะฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q69F เป็นต้นไป โดยที่กำไร 1H69 (42% ของประมาณการปี 2569F ของเรา) ช่วยหนุนกำไรหลักปี 2569F ให้อยู่ที่ 492 ลบ. (-21% YoY) เราคาดกำไร 3Q–4Q69F จะฟื้นตัว QoQ แต่ยังลดลง YoY จากยอดจองล่วงหน้าแข็งแกร่งขึ้น RevPAR ดีขึ้นและต้นทุนการเงินลดลงหลังการชำระคืนหนี้และรีไฟแนนซ์  

Valuation & action 

เราปรับเพิ่มคำแนะนำ SHR ขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” แต่คงราคาเป้าหมายเดิมที่ 1.90 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2570F ที่ 6.5x (-0.5 S.D.) โดยที่เราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ลดลงช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนผลประกอบการ 2Q69 ที่อ่อนแอไปมากแล้ว ดังนั้น เราคาดกำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว, ความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน (flight capacity) ที่เพิ่มขึ้น และ operating leverage ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ กำไรที่กลับมาเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ น่าจะ catalyst หลักที่ช่วยให้หุ้นมีการ re-rating  

Risks 

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อซึ่งอาจกดดันอุปสงค์การเดินทางทั่วโลกนานกว่าคาดและต้นทุนสูงขึ้น 

- Advertisement -