บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Bangkok Expressway and Metro (BEM.BK/BEM TB)*
ขยับไปใช้ราคาเป้าหมายใหม่ปีถัดไป (Outperform Maintained)
Event
อัปเดตบริษัทหลังประชุมนักวิเคราะห์ครั้งล่าสุดและปรับกำไรกับราคาเป้าหมายใหม่
Impact
เข้าสู่ช่วง high season ของธุรกิจใน 3Q
BEM เผยผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันและ farebox revenue ใน ก.ค. 69 ที่ 4.26 แสนคน (+2.0% YoY และ +3.5% MoM) และ 12.7 ลบ. (+1.6% YoY และ +2.7% MoM) ตามลำดับ ขณะที่ ปริมาณรถเฉลี่ยต่อวันและรายได้เฉลี่ยต่อวันธุรกิจทางพิเศษทรงตัวทั้ง YoY และ MoM ที่ 1.1 ลบ. และ 25.1 ลบ. ตามลำดับ ในช่วง 7M69 มีผู้โดยสารเฉลี่ยรายวันและรายได้ค่าโดยสารอยู่ที่ 4.22 แสนคน (+0.8% YoY) และ 12.7 ลบ.(+2.5% YoY) ขณะที่ ปริมาณรถเฉลี่ยต่อวันและรายได้เฉลี่ยต่อวัน 7M69 อยู่ที่ 1.1 ลบ. (+0.8% YoY) และ 25.2 ลบ. (+0.3% YoY) ตามลำดับ
อัปเดตธุรกิจและแนวโน้มกำไร 2H69F
แม้รายได้ 1H69 จะทรงตัวที่ 8.26 พันลบ.และ gross margin ลดลงที่ 43.1% (-0.7ppt) แต่กำไรยังทรงตัวที่ 1.9 พันลบ. (+1% YoY) จากการคุมคชจ. SG&A ดีและต้นทุนการเงินลดลง (-8.4% YoY) โดยปกติกำไร 3Q มักเป็นช่วง high จากปริมาณการใช้บริการธุรกิจทางพิเศษและระบบรางที่แข็งแกร่งเพราะามีวันหยุดน้อยบวกกับเงินปันผลรับระหว่างกาลจาก TTW (TTW.BK/TTW TB) ส่วนกำไร 4Q69F น่าจะแข็งแกร่ง YoY กว่าที่เคยคาดเล็กน้อยจากผลบวกการปรับต้นทุนบางรายการ (+100 ลบ.) อีกทั้ง BEM ได้อัปเดตว่ารถไฟฟ้าสีส้มขบวนแรกจะเริ่มเข้ามาช่วงปลายปี 2569 และรถไฟฟ้าทั้ง 17 ขบวนจะพร้อมช่วง 2H70 เพื่อทดสอบระบบเดินรถก่อนเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการช่วงต้นปี 2571 ส่วนขบวนรถไฟฟ้าสีน้ำเงินเพิ่มเติมจะทยอยเข้ามาช่วงกลางปี 2570 ในปีหน้ารัฐบาลมีแผนบังคับใช้โครงสร้างค่าโดยสารใหม่ (17–45 บาท) สำหรับรถไฟฟ้าหลายสายและรัฐจะชดเชยส่วนต่างรายได้ที่ขาดหายจากสัมปทานที่ให้แก่ผู้ประกอบการ ขณะที่ BEM น่าจะได้ประโยชน์จากประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงขึ้นตามจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ด้านโครงการทางยกระดับ (double-deck) มูลค่า 3.5 หมื่นลบ. และสัญญางานระบบ M&E มูลค่า 3 หมื่นลบ. ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ฝั่งใต้) น่าจะถูกเลื่อนไปเป็นปีหน้า
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F–70F ขึ้นเล็กน้อย
เราปรับเพิ่มกำไรปี 2569F–70F ขึ้น 2.4% และ 1.3% ตามลำดับ บนสมมติฐานที่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และต้นทุนการเงินลดลง รวมถึงผลบวกบางส่วนจากการปรับต้นทุน ดังนั้น เรากำไรปี 2569F ใหม่จะอยู่ที่ 3.9 พันลบ. (+4% YoY) และปี 2570F จะอยู่ที่ 4.0 พันลบ. (+3% YoY)
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำซื้อ โดยขยับ DCF valuation ไปเป็นปี 2570F โดยประเมินราคาเป้าหมาย SOTP ใหม่ที่ 8.40 บาท (จากเดิม 7.60 บาท) จากธุรกิจหลัก 6.30 บาท (จาก 5.60) (WACC ที่ 5.3% และ terminal growth ที่ 0%) และเงินลงทุนใน TTW และ CK Power (CKP.BK/CKP TB)* รวม 0.75 บาทบวกมูลค่าโครงการรถไฟฟ้าสีส้ม 1.35 บาท ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายใหม่สะท้อน PE ปี 2570F ที่ 32–33x (-0.5 S.D.)
Risks
อัตราการเติบโต GDP ชะลอตัว, ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ อัตราดอกเบี้ยผันผวนและความผันผวนของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทย








