บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

ภาครัฐฯ ยังเน้นการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะถัดไป 

ในงาน ‘Thailand Focus 2026’ เมื่อวานนี้ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า i) โมเมนตัมการลงทุนภาคเอกชนของไทยในหลายไตรมาสนี้ดีขึ้น ใน 2Q69 โตถึง 13.4% YoY ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบประมาณ 10 ปี ii) รัฐบาลจะเน้นกลยุทธ์ 3-horizon ‘Stabilize Today, Transition Now and Invest for Tomorrow” ในขณะเดียวกัน ยังระบุด้วยว่าแผนปฏิบัติการ (action plan) หลักของประเทศไทยในขณะนี้ ประกอบด้วย

i) Thailand FastPass ซึ่งจะลดเวลาที่ใช้ในการอนุมัติโครงการลงทุนลง 20% ถึง 50% เพื่อขจัดอุปสรรคในระบบราชการ และ 

ii) การกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ เขาได้เน้นว่าคำขอรับการส่งเสริมโครงการลงทุนจากต่างชาติในงวด 1H69 เพิ่มขึ้น 37% โดยมีมีมูลค่ารวม 1.47 ล้านล้านบาท 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ หารือและศึกษาการเพิ่มเพดานการถือครองหุ้นธนาคารไทยของนักลงทุนต่างชาติ 

ผู้จัดการ SET กล่าวในปาฐกถาว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อหาทางผ่อนปรนเพดานการถือครองหุ้นธนาคารพาณิชย์ของนักลงทุน่ต่างชาติ เพื่อปลดล็อกสภาพคล่องที่ติดอยู่ และ ตอบสนองความต้องการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งมีสูงมากในตลาดโลก นอกจากนี้ SET กำลังพัฒนาดัชนี 60:40 กับจีน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้สินทรัพย์ทางการเงินของ ASEAN/ไทยถูกใช้หนุนหลัก exchange-traded funds (ETFs) กองใหม่ที่ตั้งเป้าโดยตรงไปที่นักลงทุนสถาบันที่จีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตาม เรามองว่าประเด็นการเพิ่มเพดานการถือครองหุ้นธนาคารไทยของนักลงทุนต่างชาติยังต้องใช้เวลา เพราะหน่วยงานกำกับดูแลต้องรักษาสมดุลให้ดีระหว่างอุปสงค์ของนักลงทุนกับการดูแลความปลอดภัยของภูมิทัศน์สถาบันการเงินไทย  

ทางด้านมหภาค กนง. มองว่าการลงทุนภาคเอกชนไทยยังมี upside อีก แต่การบริโภคภาคเอกชนยังคงอ่อนแออยู่ 

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% และ ไม่ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจ ดังนั้น ประมาณการอัตราการขยายตัวของ GDP อย่างเป็นทางการจึงยังคงอยู่เท่าเดิมที่ 2.3% ในปี 2569 และ 1.8% ในปี 2570 ในขณะเดียวกัน กนง. ยังบอกว่าช่วงหลายเดือนนี้เห็นสัญญาณว่าการลงทุนภาคเอชนแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ แต่การบริโภคภาคเอกชนอ่อนแอเกินคาด เพราะผู้บริโภคระดับกลางถึงล่างยังคงได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่แพงขึ้น และ หนี้ครัวเรือนที่ยังยืนอยู่ในระดับสูง  

กลุ่มธนาคารฯ และกลุ่มรับเหมาก่อสร้างยังคงเป็นธีมหลักเพื่อรับแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชน 

เรามองว่ากลุ่มธนาคาร และ รับเหมาก่อสร้างยังเป็นกลุ่มหลักในธีมการลงทุนภาคเอกชน โดยโมเมนตัมการลงทุน และ อุปสงค์สินเชื่อที่แข็งแกร่งมากขึ้นจะช่วยหนุนราคาหุ้นกลุ่มธนาคาร ในขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของหุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่มยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าราคหุ้นจะวิ่งขึ้นมาแรงในช่วงนี้ก็ตาม สำหรับกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง หุ้นรับเหมางานโยธารายใหญ่อย่าง CK* และ STECON* น่าจะได้อานิสงส์จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้แนวทาง PPP ซึ่งจะถูกนิยามเป็นการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนในรายงาน GDP นอกจากนี้ เรายังมองว่า GULF* เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่จะได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนภาคเอกชน เนื่องจากอยู่ในระดับแนวหน้าของหลายธุรกิจ ทั้งไฟฟ้า, data center และ โครงสร้างพื้นฐาน 

 

- Advertisement -