บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Hotel Sector
RevPAR ฟื้นตัว…กำไรก็จะฟื้นตาม (Overweight Maintained)
Event
อัปเดตกลุ่มโรงแรม
Impact
กำไร 2Q69 สูงกว่าคาดจาก margin ดีขึ้นและค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง
บริษัทผู้ประกอบการโรงแรมทั้ง 5 รายที่เราวิเคราะห์อยู่ได้แจ้งกำไรหลัก 2Q69 รวมที่ 3.95 พันลบ (+4% YoY และ +50% QoQ) สูงกว่าทั้งเราและตลาดคาด (คิดเป็น 40% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา) การที่ผลงานดีหนุนจาก EBITDA margin ที่ดีกว่าคาดและคชจ. ดอกเบี้ยที่ลดลง 8–17% YoY ของบริษัทส่วนใหญ่ ยกเว้น Minor International (MINT.BK/MINT TB)* เพราะมีหนี้สินเพิ่มขึ้น ขณะที่ การลดภาระหนี้ (deleveraging) ยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญของผู้ประกอบการในกลุ่ม ซึ่งช่วยให้ margin หลักโดยรวมดีขึ้น ทั้งนี้ Central Plaza Hotel (CENTEL.BK/CENTEL TB)* มีผลงานโดดเด่นที่สุด ด้วยกำไรหลักพุ่งขึ้น 69% YoY ตามด้วย The Erawan Group (ERW.BK/ERW TB)* (+16% YoY) และ Asset World Corporation (AWC.BK/AWC TB)* (+11% YoY) แต่กำไรหลักของ MINT เติบโตเพียง 3% YoY จากคชจ. ดอกเบี้ยสูงขึ้น ส่วน S Hotels and Resorts (SHR.BK/SHR TB) ประสบภาวะขาดทุนมากกว่าคาดจากได้รับผลกระทบจากสงครามมากกว่าที่ประเมินไว้
โมเมนตัมการท่องเที่ยวเชิงบวกน่าจะดีต่อเนื่องใน 3Q69F
เรายังคงเห็นสัญญาณเชิงบวกจากภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในประเทศไทย แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังลดลง 2.9% YoY อยู่ที่ 20.32 ล้านคนหรือคิดเป็น 63.3% ของเป้าปี 2569F ของเราที่ 32.1 ล้านคน (-2.7% YoY) แต่แนวโน้มก็กำลังดีขึ้น โดยที่จำนวนนักท่องเที่ยวในสิงหาคมล่าสุดแสดงให้เห็นถึงตลาดการเดินทาง long-haul ฟื้นตัวโดยนักท่องเที่ยวจากยุโรปเพิ่มขึ้น 3% YoY ตะวันออกกลางฟื้นตัว 19% YoY และเอเชียตะวันออกเพิ่มขึ้น 6% YoY (Figure 5) แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะอ่อนตัวลง แต่รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยยังคงแข็งแกร่งจากโครงสร้างนักท่องเที่ยว (tourist mix) เปลี่ยนไป โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยว long-haul เพิ่มจาก 23% ปี 2562 ขึ้นเป็น 33% ในปี 2569F ซึ่งเป็นบวกต่อผู้ประกอบการโรงแรมเพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าวคิดเป็น 47–80% ของลูกค้าโรงแรม นอกจากนี้ เราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเร่งตัวขึ้นช่วงที่เหลือของปีจากปัจจัยฤดูกาลและการจัดงานสำคัญต่างๆ
RevPAR จะฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้นใน 3Q69F
ขณะนี้ เราเชื่อว่า RevPAR ใน 3Q69F จะฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยดีขึ้นจาก -10% ถึง +4% YoY ใน 2Q69 เป็นเติบโต YoY ที่เลขหลักเดียวถึงสองหลัก (Figure 12) ขณะที่ ผู้ประกอบการโรงแรมหลายรายคาดว่าจะเติบโตเป็นเลขถึงสองหลักนำโดย AWC (+18%) และ CENTEL (+13%) ส่วน ERW (+5%), MINT และ SHR น่าจะโตเป็นเลขหลักเดียว ในภาพรวมพบว่าประเทศไทยฟื้นตัวแข็งแกร่งที่สุด โดย RevPAR พลิกกลับมาโตเป็นบวกที่ +7–18% YoY ขณะที่ โรงแรมในมัลดีฟส์ก็เห็น RevPAR เติบโตถึงสองหลักเช่นกัน ส่วนยุโรปยังคงเติบโตเป็นเลขหลักเดียวอยู่ ในช่วง 1H69 บริษัทต่างๆ เน้นที่การรักษา occupancy โดยปรับลดอัตราค่าห้องพักลง 3–8% เพื่อคงความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางอุปสงค์การท่องเที่ยวที่ผันผวน แต่ใน 2H69F เราคาดว่าผู้ประกอบการโรงแรมจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับการปรับขึ้นอัตราค่าห้องพักอีกครั้ง ด้วยเหตุจากแนวโน้มการท่องเที่ยวดีขึ้นและการจัดงานสำคัญต่างๆ เราคาดว่าอำนาจการกำหนดราคาจะเพิ่มขึ้นและอัตราค่าห้องพักจะสูงขึ้น ในเบื้องต้นเราคาดกำไร 3Q69F ของกลุ่มโรงแรมจะฟื้นตัว (เร่งเติบโตขึ้นทั้ง YoY และ QoQ) จากการดำเนินงานของโรงแรมดีขึ้นและอุปสงค์การท่องเที่ยวแข็งแกร่งขึ้นด้วย ในแง่ margins ก็น่าจะดีขึ้นต่อเนื่องหนุนจากรายได้ที่เติบโตและความพยายามในการ deleveraging ต่อเนื่อง ดังนั้นโมเมนตัมเชิงบวกนี้น่าจะดีต่อเนื่องไปยัง 4Q69F
Valuation & Action
เรายังคงให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงแรม “มากกว่าตลาดฯ” โดยเราเลือก AWC* (OP, TP3.60 บาท) CENTEL* (OP, TP49.00 บาท), และ ERW* (OP, TP4.30 บาท) ขณะที่ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT* (TP30.00 บาท) และ SHR (TP1.90 บาท)
Risks
อุปสงค์ด้านการท่องเที่ยวอาจอ่อนแอกว่าคาดและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น








