บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Asefa (ASEFA.BK/ASEFA TB)

รับอานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทย (Outperform‧Initiate)

Event

Initiate coverage หุ้น ASEFA ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.7 บาท

ความต้องการระบบไฟฟ้าที่กำลังเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

ASEFA ผลิตและจำหน่ายระบบกระจายและส่งจ่ายไฟฟ้าและตู้สวิตช์บอร์ด และเป็น Partner หลักของ Schneider Electric ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไฟฟ้า ธุรกิจของ ASEFA อยู่ตรงกลางของห่วงโซ่การลงทุนของประเทศไทยโดยตรง ซึ่งมีความเกี่ยวของเป็นพิเศษในขณะนี้ที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ โดยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สะสมอยู่ที่ 1.47 ล้านล้านบาทใน 1H69 ซึ่งส่วนหนึ่งนำโดยโครงการ Data Center ที่ต้องการกำลังไฟฟ้าปริมาณมาก เราประเมินว่าการลงทุน Data Center จะกระจายเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากไปยังห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ รวมถึงระบบกระจายไฟฟ้าของ ASEFA ด้วย (ประมาณการเบื้องต้น ระบบกระจายไฟฟ้าคิดเป็นราว 5-7% ของมูลค่าการลงทุน Data Center ทั้งหมด) ขณะเดียวกัน โครงการ New S-curve นอกเหนือจากกลุ่ม Data Center ที่ผ่านเข้าโครงการ Thailand FastPass จำนวน 25 โครงการ มูลค่ารวม 2 แสนล้านบาท ถือเป็นอีกแหล่งความต้องการระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม

เริ่มต้นปีอย่างแข็งแกร่งใน 1H69 ทั้งที่ยังส่งมอบงานโครงการ Data Center ไปเพียงบางส่วน

ASEFA รายงานรายได้ 1H69 เท่ากับ 2.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 112% YoY และ 40% HoH Backlog ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4.2 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 (คาด 90% จะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2569) และเราคาดว่าจะมีการรับงานใหม่เพิ่มเติมระหว่าง 1H69 ซึ่งจะทำให้ Backlog ณ 2Q69 ยังคงสูงกว่า 4.0 พันล้านบาท ซึ่งจะผลักดันให้รายได้ปี 2569F-70F ทะลุระดับ 5.0-6.0 พันล้านบาท ตามลำดับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท โครงการ Data Center ที่ส่งมอบแล้ว เช่น TRUE IDC และ DAMAC (เปิดเผยใน Earnings call ประจำปี 2568) เป็น Reference ที่ชัดเจนว่าระบบและอุปกรณ์ของ ASEFA ได้มาตรฐานสำหรับ Data Center ระดับ Hyperscale เราคาดกำไรปี 2569F จะเติบโต 92% YoY เป็น 421 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เรายังคงสมมติฐานแบบอนุรักษนิยมสำหรับการเติบโตของกำไรปี 2570F ไว้ที่ราว 9% YoY เป็น 460 ล้านบาท เนื่องจากรอความชัดเจนของกฎเกณฑ์การลงทุน Data Center ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาโดยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์

สถานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง พร้อมเติบโตไปกับ Mega Trend

เราประเมิน D/E ratio จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.26 เท่าในปี 2569 (จาก 1.2 เท่าในปี 2568) จาก Working Capital ที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโต อย่างไรก็ดี เราประเมิน Interest Bearing Debt to Equity จะปรับลดลงเล็กน้อยเป็น 0.45 เท่าในปี 2569 (จาก 0.48 เท่าในปี 2568) และเราทำการคำนวณด้วย Altman Z-score (Emerging Market) เพื่อยืนยันสถานะทางการเงินของบริษัทฯได้ 6.1 ในปีนี้ (จาก 5.6 ในปีก่อน) กลับเข้าสู่ “Safe Zone” (>5.85) สะท้อน Default Risk ที่ลดลง

Valuation & action

เรา Initiate Coverage หุ้น ASEFA ด้วยคำแนะนำ Outperform และราคาเป้าหมาย 9.7 บาท อิง Target PE ที่ 11 เท่า (-0.5 SD) บน EPS ปี 2570F ที่ 0.88 บาท/หุ้น ณ ราคาเป้าหมายนี้ คิดเป็น PEG เพียง 0.74 เท่า บนอัตราการเติบโตของกำไร 31.4% CAGR (2568-71E) ทั้งนี้เรายังไม่รวม Synergy Benefit ที่อาจเกิดขึ้นจาก MOU ที่ลงนามกับพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ Schneider Electric, LS Electric และ IX Technology เพื่อพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Data Center

Risks

เศรษฐกิจชะลอตัว ต้นทุนการผลิตที่ปรับขึ้น

- Advertisement -