บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
COM 7 (COM7.BK/COM7 TB)
กำลังจะเข้าสู่ฤดูของการออกรุ่นใหม่ (Neutral‧Maintained)
Event
อัพเดตแนวโน้มบริษัท
Impact
คาดว่าจะมีการอัพเกรด Spec และ ขึ้นราคา iPhone 18
Apple Inc. จะจัดงาน “Surprise and Shine” ในวันที่ 9 กันยายน 2569 (เที่ยงคืนวันที่ 10 กันยายนตามเวลากรุงเทพ) โดยคาดว่าจะเปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone fold ซึ่งในบทวิเคราะห์ IT Hardware ของ KGI Taiwan เรื่อง “Global smartphone demand to decline in 2026-27F; spotlight on foldable phone” ฉบับวันที่ 28 สิงหาคม 2569 คาดว่าจะมีการอัพเกรด spec ใน iPhone ได้แก่ chip A20 pro), กล้องหนา, 5G modem และ ความจุแบตเตอรี่ (Figure 5) โดยจะมีการปรับขึ้นราคา ~ 200 ดอลลาร์ฯ สำหรับ iPhone 18 pro และ iPhone 18 pro Max (เพิ่มขึ้น 9-17% จาก 17 series) และ จะกำหนดราคา iPhone Fold อยู่ในช่วง 2,000-2,500 ดอลลาร์ฯ ซึ่งราคาที่สูงขึ้นจะสะท้อนถึงต้นทุน ที่สูงขึ้นของ memory ซึ่งคิดเป็น 30-40% ของต้นทุนของ smartphone ใน 1H69 จากเพียง ~10% ในปี 2568
ทีมวิจัย KGI Taiwan ยังคงมองว่าต้นทุน memory ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคา smartphone แพงขึ้น และ ทำให้อุปสงค์อ่อนแอ โดยยังคงคาดว่ายอดจัดส่ง smartphone ทั่วโลกจะลดลง 12% YoY ในปี 2569F และ 2% ในปี 2570F (Figure 6) ซึ่งคาดว่ายอดจัดส่งของ Apple และ Samsung น่าจะยังประคองตัวได้ โดยลดลงเพียงเล็กน้อยในปี 2569F (Figure 8) ในขณะที่คาดว่า smartphone แบบพับได้ (foldable) จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต ด้วยอัตราการเติบโตที่ 24-26% YoY ในปี 2569F/2570F และ คาดว่าส่วนแบ่งตลาด smartphone แบบพับได้ของ Apple จะเพิ่มขึ้นเป็น 24% ในปี 2570F (Figure 11)
อุปสงค์ฟื้นตัวดีในธุรกิจ IT และ ยังมีธุรกิจ non-IT มาช่วยเสริมอีก
เราคาดว่า COM7 จะได้รับผลกระทบจำกัดจากการขึ้นราคาขาย iPhone 18 เพราะ iPhone ขึ้นราคาประมาณ 9-17% ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกับ Samsung S26 ซึ่งปรับขึ้นราคา 10-13% จาก Samsung S25 ทั้งนี้ เมื่อประกอบกับอุปสงค์ที่ประคองตัวได้ดีของเครื่องรุ่น premium ทำให้เราคาดว่ายอดขายที่ลดลงในเชิงจำนวนเครื่องเพราะอุปทานที่ตึงตัวอาจจะถูกชดเชยบางส่วนด้วยราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น และ หนุนยอดขายในเชิงตัวเงิน ทั้งนี้ เนื่องจากจะมีการส่งมอบเครื่อง iPhone 18 น้อยมากใน 3Q69 เพราะเพิ่งวางตลาดในเดือนกันยายน เราจึงคาดว่ากำไรของ COM7 จะลดลง QoQ ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้น และ เข้าสู่ช่วง peak ตามฤดูกาลในไตรมาสที่สี่ และ ส่งผลให้กำไรในปี 2569F เติบโต 19% YoY ถึงแม้ว่าต้นทุน memory ที่สูงขึ้นอาจจะกระทบกับยอดจัดส่ง smartphone ในปี 2570F (ยอดจัดส่ง smartphone ทั่วโลกลดลง 2% YoY) แต่เรายังคงมองว่าธุรกิจ non-IT ของบริษัทซึ่งได้แก่ U-fund, ประกัน และ EV จะช่วยหนุนให้กำไรโตได้ในปี 2570F การเพิ่มทุนด้วยการขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (private placement) ของบริษัทย่อยจะช่วยลดสัดส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน และสนับสนุนการโตของ U-Fund ในระยะสั้น
Valuation & action
เรายังคงราคาเป้าหมาย 1H70F ไว้ที่ 30.00 บาท อิงจาก PER เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ 14.0x โดยใช้ PER ที่ 10.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นในกลุ่ม -1.5 S.D.) กับ U-Fund และ ใช้ PER ที่ 14.5x (ค่าเฉลี่ยในอดีต -1.0 S.D.) กับธุรกิจอื่น ๆ เรามองว่าราคาหุ้นอาจจะน่าสนใจน้อยลงเพราะเป็นช่วงที่แผ่วตามฤดูกาล ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ซื้อสะสมเพื่อดักหนุนการเติบโตในระยะต่อไป ประมาณการกำไรมีโอกาสมี upside จาก การได้ allocation ของสินค้าที่มากกว่าคาด และ การเติบโตของ U-Fund
Risks
อุปสงค์ smartphones ต่ำกว่าที่คาดไว้, รายได้จากการขายอุปกรณ์เสริมต่ำกว่าที่คาด, และมีการจัดรายการส่งเสริมการขายมากกว่าที่คาดไว้








