บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
หุ้นที่ได้รับประโยชน์จาก Data center และ AI: แรงส่งที่กระจายทั่ว Ecosystem
Event
สรุปสาระสำคัญจาก Thematic Conference Call เรื่องหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุน Data center และอุตสาหกรรม New S-curve ต่างๆ ได้แก่ EPG ALT และ WHAUP* พร้อมทั้ง Initiate Coverage หุ้น ASEFA
Data center Ecosystem: ผลบวกต่อเศรษฐกิจกว้างกว่ากลุ่มเทคโนโลยี
เราประเมินว่าการขยายตัวของเทคโนโลยี AI เป็นแรงหนุนให้การลงทุน Data center เร่งตัวขึ้นทั่วโลก และไทยมีศักยภาพเป็น Hub ของภูมิภาค โดยมีจุดแข็งด้านความเพียงพอและเสถียรภาพของพลังงานไฟฟ้ารองรับการขยายตัว รวมถึงบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะจุดเชื่อมต่อโครงข่าย Fiber-optic และ Submarine cable สู่ภูมิภาค Asia-Pacific ปัจจุบันโครงการ Data center ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI แล้วมีมูลค่าราว 3 แสนล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยบอร์ด Data center อีกราว 8 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการ New S-curve อื่นๆ มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทที่เริ่มลงทุนแล้วภายใต้โครงการ Thailand FastPass เรามองว่าการก่อสร้าง Data center และการขยายกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเติบโตของ AI จะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในหลายมิติ ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่ม Technology stocks แต่ครอบคลุมผู้ประกอบการทั้ง Ecosystem ตั้งแต่การก่อสร้าง Data center และโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ไปจนถึงโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกที่รองรับการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง
EPG: Insulator วัสดุที่ขาดไม่ได้ในทุก Data center
ระบบทำความเย็นเป็นหัวใจของการก่อสร้าง Data center ทำให้ Insulator เป็นวัสดุที่ขาดไม่ได้ คิดเป็นราว 1-1.5% ของมูลค่าก่อสร้าง Data center และสูงถึง 5% ในโรงงาน Semiconductor ที่เร่งขยายกำลังผลิตรองรับ AI EPG เป็นผู้นำ Insulator ระดับโลกผ่านบริษัทย่อย Aeroflex (Top three ในตลาดสหรัฐฯ และอันดับ 1 ในไทย) ซึ่งสร้างรายได้ราว 39% ของรายได้รวม EPG ใน FY1Q70 (เม.ย.-มิ.ย.) ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นสูงราว 41% เราคาดว่า Demand Insulator ที่ขยายตัวต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯจะหนุนรายได้ Aeroflex ปี FY2570 โต 7% YoY สะท้อนความได้เปรียบของ EPG ในฐานะผู้นำ Insulator ระดับโลกที่การเติบโตไม่ได้จำกัดเพียงในประเทศไทย ในส่วนธุรกิจอื่น Aeroklast (ชิ้นส่วนยานยนต์) คาดจะ Break-even ในออสเตรเลียได้ภายใน FY2571 ขณะที่การตั้งสำรอง ECL ในแอฟริกาใต้คาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปีเดียวกัน เราคงคำแนะนำ “Outperform” ราคาเป้าหมาย 8.7 บาท
ALT: โครงข่ายไฟเบอร์ครอบคลุมทั่วประเทศ รองรับการส่งข้อมูลระหว่าง Data center
Fiber optic network คือหัวใจสำคัญของ Data center เนื่องจากทำการประมวลผลต้องอาศัยการรับส่งข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ทำให้โครงข่ายทั่วประเทศของ ALT มีบทบาทสำคัญในการรองรับ Traffic ของ Data center โครงการ Fiber optic เส้นทาง BK-EEC มูลค่า 2 พันล้านบาท (สัญญา 15 ปี) จะเริ่มรับรู้รายได้กลาง FY2570 ขณะที่โครงการ Talay Link เคเบิลใต้น้ำทะเลเชื่อมไทย-ออสเตรเลีย มูลค่า 2.5 พันล้านบาท (สัญญา 15 ปี) จะเริ่มรับรู้รายได้กลาง FY2571 ทั้งสองโครงการเป็น Key catalyst หนุนกำไร ALT ให้เติบโตเฉลี่ย 37.6% CAGR (FY2569-72) นอกเหนือนี้ ALT ได้ขายหุ้นบริษัทย่อย Energy Max สัดส่วน 60% (คงเหลือถือหุ้น 40%) ซึ่งจะช่วยลดการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยนี้ตั้งแต่ 2H69 เป็นต้นไป โดย Energy Max มีผลขาดทุนสุทธิราว 33 ล้านบาทในปี 2567-2568 ขณะที่ในระยะยาว หากการลงทุน Smart meter ของไทยเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง จะเปิดโอกาสให้ธุรกิจนี้เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ เราคงคำแนะนำ “Outperform” ราคาเป้าหมาย 3.0 บาท
WHAUP: Flagship ด้าน Utilities & Power ของกลุ่ม WHA
WHAUP* ให้บริการด้าน Utility (น้ำดิบ/น้ำอุตสาหกรรม และบำบัดน้ำเสีย) และพลังงานหมุนเวียนแก่บริษัทกว่า 1,200 แห่งในนิคมอุตสาหกรรม 15 แห่งของ WHA* ในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นพื้นที่ลงทานที่เติบโตเร็วของไทย นอกจากนี้ยังถือหุ้น (5%-35%) ในโรงไฟฟ้าทุกแห่งที่ดำเนินงานในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA* ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลักคือการลงทุนใหม่จากธุรกิจ Digital/Hi-tech ที่ต้องการน้ำปริมาณมากสำหรับระบบทำความเย็น และพลังงานไฟฟ้าที่มั่นคงต่อเนื่อง เราคาดกำไรหลักเติบโตแข็งแกร่งที่ 34% YoY ในปี 2569F และ 21% YoY ในปี 2570F มาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการลงทุน Data center ในระยะข้างหน้า น่าจะเป็นผลบวกต่อกลุ่ม WHA* ในระยะยาว เนื่องจากมีแนวโน้มส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหม่เลือกตั้งฐานในนิคมอุตสาหกรรมที่มี Integrated service มากกว่าการพัฒนา Stand-alone hub ด้วยตนเอง เราคงคำแนะนำ “Outperform” ราคาเป้าหมาย 9.30 บาท
ASEFA: ผู้ได้ประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนใหม่ของไทย
ASEFA ผลิตและจัดจำหน่ายระบบจ่ายไฟฟ้าและตู้สวิตช์บอร์ด และเป็นพันธมิตรหลักของ Schneider Electric ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไฟฟ้า ธุรกิจของ ASEFA อยู่ในจุดศูนย์กลางของห่วงโซ่การลงทุนของไทยโดยตรง ซึ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษในช่วงที่ประเทศเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนใหม่ สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนสะสมจาก BOI ที่ 1.47 ล้านล้านบาทใน 1H69 ส่วนหนึ่งนำโดยโครงการ Data center ที่ต้องใช้กำลังไฟฟ้าปริมาณมาก เราประเมินว่าการลงทุน Data center จะส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงธุรกิจระบบจ่ายไฟฟ้าของ ASEFA (ประมาณการเบื้องต้น: ราว 5-7% ของมูลค่าการลงทุน Data center รวม) ขณะเดียวกัน โครงการ New S-curve นอกกลุ่ม Data center ที่เข้าโครงการ Thailand FastPass จำนวน 25 โครงการ มูลค่ารวม 2 แสนล้านบาท เป็นแหล่ง Demand เพิ่มเติมสำหรับระบบไฟฟ้า เรา Initiate Coverage หุ้น ASEFA ด้วยคำแนะนำ “Outperform” ราคาเป้าหมาย 9.7 บาท อิงจาก PE ล่วงหน้า 11 เท่า ของ EPS ปี 2570F ดูรายละเอียดในบทวิเคราะห์ ASEFA ฉบับเต็มเพิ่มเติม








