บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Transportation Sector

ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้จะเป็นฤดูกาลที่ไม่แข็งแกร่ง (Overweight‧Upgraded)

Event

แนวโน้ม 2H69 และระยะยาว

Impact

โครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยตรง

เมื่อ 8 ก.ย.69 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง (ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) ได้หารือถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกับรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (คุณสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล) โดยคาดว่า ขอเสนอดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีใน 1-2 สัปดาห์ โดยที่โครงการนี้จะมอบสิทธิประโยชน์ที่ 1 ล้านสิทธิ คือเงินสนับสนุนค่าที่พักในอัตราคงที่สูงสุดที่ 1,500 บาท/คืน/สิทธิ จำกัดไม่เกิน 5 สิทธิ/คน และคูปองท่องเที่ยวในรูปแบบร่วมจ่าย โดยคูปองจะมีมูลค่า 1,500 บาท/สิทธิในเมืองหลัก และ 2,000 บาทในเมืองรอง โดยที่กำหนดจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนช่วง 1-25 ต.ค. 69 และสามารถใช้สิทธิได้ 2 ช่วง (1 พ.ย.-15 ธ.ค. 69 และ 15 ม.ค.-28 ก.พ. 70) อย่างไรก็ดี เรามองว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มอุปสงค์การเดินทางภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศ เช่น ไทย แอร์เอเชีย, บางกอก แอร์เวย์, นกแอร์ และการบินไทย

กลุ่มสายการบิน: เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน

ตามมุมมองของเรา เราคิดว่ากลุ่มสายการบินกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงมหภาคที่สำคัญใน 2H69 และต่อเนื่องไปจนถึง 2573 ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงการฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดไปสู่การปรับโครงสร้าง capacity ระยะยาว การวางตำแหน่งของประเทศในฐานะศูนย์กลางสากลและการบูรณาการการเดินทางระหว่างรูปแบบการขนส่งต่างๆ (modal integration) ขณะที่การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติกำลังดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรให้เสร็จสิ้น พร้อมเร่งรับมอบเครื่องบินแบบ narrow-body (A321neo) ตลอดปี 2569 เพื่อเพิ่ม yield ในเส้นทางระหว่างเอเชีย ส่วนกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-Cost Carriers: LCCs) เช่น ไทย แอร์เอเชีย, Thai Vietjet และ Lion Air กำลังเผชิญปัญหาคงสะสมในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างรุนแรง (เช่น ปัญหา Pratt & Whitney GTF) รวมถึงความล่าช้าในการส่งมอบเครื่องบินจากโบอิ้ง/แอร์บัส ซึ่งจำกัดการขยาย capacity ช่วงฤดูกาลเดินทางพีคใน 2H69

กลุ่มสนามบิน: ยกระดับสู่มาตรฐานระดับสูง

เป็นที่ชัดเจนว่า Airports of Thailand (AOT)* ซึ่งเป็นผู้ประกอบการสนามบินรายใหญ่ที่สุดของไทยกำลังดำเนินโครงการปรับปรุงและยกระดับสนามบินครั้งใหญ่ด้วยเงินลงทุนหลายพันล้านบาท ครอบคลุมสนามบินนานาชาติหลักทั้ง 6 แห่ง เพื่อยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก capacity และประสบการณ์ผู้โดยสารให้ได้มาตรฐานโลก โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคและเพิ่ม capacity รองรับผู้โดยสารรวมต่อปีของเครือข่ายสนามบินทั้งหมดมากกว่า 180 ล้านคนภายในปี 2577 ปัจจุบัน AOT กำลังดำเนินโครงการขยายฝั่งตะวันออกซึ่งจะเพิ่ม capacity รองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้านคน/ปี และอยู่ระหว่างการออกแบบโครงการขยายเทอร์มินอลฝั่งตะวันตกขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่ม capacity รวมให้เขาใกล้ 150 ล้านคน/ปีภายในช่วงต้นทศวรรษปี 2573

กลุ่มขนส่งทางบก: ยังไม่น่าสนใจ

จากมุมมองของเราที่มีต่อ BTS Group Holdings (BTS.BK/BTS TB)* เรายังกังวลถึงการสิ้นสุดสัญญาสายสีเขียวภายในสิ้นปี 2572 กรณีนี้น้อยกว่า valuation ของ BTS จะลดลงต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ เราคาดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองจะขาดทุนลดลงจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าโดยสารมาตรฐานแทบจะไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงาน การบำรุงรักษา และการขยายโครงการที่เกิดขึ้นต่อเนื่องได้

Valuation & Action

เราคาดผลการดำเนินงานโดยรวมของธุรกิจขนส่งทางอากาศ ได้แก่ Airports of Thailand (AOT.BK/AOT TB)* และ Thai Airways International (THAI.BK/THAI TB) จะยังน่าสนใจในแง่ของกำไร 2H69F ที่ฟื้นตัว (เทียบกับ peers) โดย catalyst สำคัญของหุ้นแต่ละตัวจะแตกต่างกัน คือ i) AOT จะหนุนจากผลประโยชน์เต็มไตรมาสจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ใหม่ที่ 1,120 บาท/คนจากอัตราเดิมที่ 730 บาท/คนตั้งแต่ 3Q69F และ ii) THAI จะยังคงมีกำไรใน 3Q69F จาก yield ที่สูงอยู่และ cabin factor ที่เหมาะสม ขณะที่คาดกำไร 4Q69F จะเติบโต QoQ แข็งแกร่งขึ้นตามฤดูกาลท่องเที่ยว (high season) ทั้งนี้ เราปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนกลุ่มขนส่งขึ้นเป็น “มากกว่าตลาดฯ” จาก “เท่ากับตลาดฯ” โดยเลือก AOT เป็นหุ้นเด่นของเรา ราคาเป้าหมาย DCF ปี 2570F ที่ 71.00 บาท

Risks

การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง, โรคระบาด, เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้ากว่าคาด

- Advertisement -