บล.พาย:
KTB: Krungthai Bank PCL.
รายได้ค่าธรรมเนียมหนุนกำไรใน 3Q26
ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” และปรับมูลค่าพื้นฐานเป็น 50.00 บาท จากการปรับใช้ปีฐาน 2027 ประเมินด้วยวิธี GGM (ROE 10.5%, Terminal growth 2%) อิงกับ 1.4x PBV’27E ผลการดำเนินงานใน 3Q26 คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 12.8 พันล้านบาท (-12% YoY,+6% QoQ) และ NPL ratio ทรงตัวที่ 2.9% แม้แนวโน้มรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง แต่ผลจาก NIM อ่อนตัวทำให้กำไรสุทธิปี 2026 แนวโน้มเติบโตชะลอตัว +1% YoY และคาดกำไรในปี 2027 จะขยายตัวดีขึ้น +4% เพราะสินเชื่อขยายตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวจากธุรกิจ Wealth management ทำให้ ROE แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่ 10.4%/10.5% ในปี 2026-27 คาดผลตอบแทนเงินปันผลที่ 5%/5.3%
กำไรสุทธิใน 3Q26 ลดลง YoY แต่ขยายตัว QoQ
-
คาดกำไรสุทธิออกมาที่ 12.8 พันล้านบาท (-12% YoY, +6% QoQ) ปัจจัยกดดันกำไรปรับลดลง YoY เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจาก NIM ที่ลดลง และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร (FVTPL) ลดลง ขณะที่คาดว่ากำไรจะขยายตัว QoQ จากสินเชื่อที่ขยายตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว จากธุรกิจ Wealth Management
-
สินเชื่อ คาดปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2.5% QoQ และส่งผลสินเชื่อใน 9M26 เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 6.2% YTD ส่วนใหญ่จากสินเชื่อภาครัฐ สินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ และสินเชื่อรายย่อย
-
คุณภาพสินเชื่อ แนวโน้ม NPL ratio ทรงตัวที่ 2.9% และ Coverage ratio แข็งแกร่งที่ 203%
-
NIM คาดทรงตัว QoQ ที่ 2.5% แต่ปรับลดลง 36 bps YoY ผลจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนต่ำ
คาดกำไรปี 2026 ชะลอตัว และกลับมาเร่งตัวในปี 2027
-
แนวโน้มกำไรใน 4Q26 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น YoY จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่กำไรปรับลดลง QoQ จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้น และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังอ่อนแอ ทำให้คาดว่ากำไรในปี 2026 เพิ่มขึ้นเพียง +1% YoY กดดันจาก NIM อ่อนตัวลง
-
แม้วัฏจักรดอกเบี้ยสิ้นสุดลงในไทย แต่เราคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวมากกว่าการเปลี่ยนเป็นขาขึ้น เพราะไทยอาจยังต้องการนโยบายผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้น คาดกำไรในปี 2027 จะเติบโตสูงขึ้น +4% YoY จากขยายตัวของสินเชื่อมากกว่าการเติบโตจาก NIM นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมยังเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจ Wealth management
-
เราคงสมมติฐานการจ่ายเงินปันผล (Payout ratio) ที่ 60% แต่มองว่า KTB สามารถจ่ายเงินปันผลพิเศษได้ เพราะระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุน ROE ระดับ 2 หลักที่ 10.4%/10.5% ในปี 2026-27 สูงสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่







