บล.พาย:
TU: Thai Union Group PCL
3Q26 อาหารแปรรูปและสัตว์เลี้ยงหนุนการโต
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยปัจจัยบวกอย่างผลประกอบการงวด 3Q26 ที่คาดว่ากำไรปกติจะเติบโตได้ทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 1,400 ล้านบาท จากผลดีการเติบโตของธุรกิจอาหารแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่ผลกระทบจากต้นทุนปลาทูน่าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากยังไม่มากนักเนื่องจากยังมีสต็อกเดิมเหลืออยู่ โดยคาดจะเริ่มกระทบในช่วง 4Q26 เป็นต้นไป สำหรับผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทางผู้บริหารให้ข้อมูลว่าไม่กระทบกับการผลิตแต่อย่างใด ทั้งนี้กำไรสุทธิในช่วง 9M26 คิดเป็นสัดส่วน 75% ของกำไรทั้งปีที่เราคาดไว้ที่ 4,854 ล้านบาท
คาด 3Q26 กำไรสุทธิ 1,306 ล้านบาท (+0.1%YoY,+3%QoQ)
- เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 1,306 ล้านบาท (+0.1%YoY,+3%QoQ) ถ้าไม่รวมรายการพิเศษอย่างขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 100 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 1,406 ล้านบาท (+14%YoY,+3%QoQ) เทียบกับปีก่อนได้รับผลดีจากกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนเทียบกับ 2Q26 เป็นผลจากฤดูกาลที่ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น
- รายได้คาดที่ 35,729 ล้านบาท (+4%YoY,+6%QoQ) เติบโตดีในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป (Ambient) ที่ได้รับผลดีจากการปรับราคาและสัดส่วนลูกค้ากลุ่ม Premium ที่เพิ่มขึ้น และกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังเติบโตดีจากขายลูกค้าใหม่ แม้ว่ากลุ่มอาหารแช่แข็งจะมีรายได้ที่ลดลงเล็กน้อยจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและสัตว์บก
- กำไรขั้นต้นคาดที่ 20.4% ดีขึ้นจาก 19% ใน 3Q25 จากการปรับราคาที่กล่าวไปข้างต้น แต่ลดลงจาก 21.4% ใน 2Q26 ส่วนหนึ่งเป็นกระทบจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนปลาทูน่าที่แม้ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะยังกระทบในช่วง 3Q26 ไม่มากนัก ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ 5,230 ล้านบาท (+10%YoY,+3%QoQ) ถูกกดดันจากค่าขนส่งจากผลกระทบของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามตลาดโลก
- ดอกเบี้ยจ่ายที่ 576 ล้านบาท (-3%YoY) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมคาดที่ 187 ล้านบาท (-20%YoY,+27%QoQ) ภาษีจ่ายคาดที่ 214 ล้านบาท (+30%YoY,-37%QoQ)
- รวม 9M26 คาดกำไรสุทธิที่ 3,683 ล้านบาท (+2%YoY)
4Q26 เริ่มโดนผลกระทบจากราคาปลาที่สูง
สำหรับแนวโน้ม 4Q26 ในแง่รายได้ยังเติบโตดีเพราะเป็นช่วง High Seasons ของธุรกิจอาหารแช่แข็ง แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือผลกระทบจากต้นทุนราคาปลาทูน่าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. มาอยู่ในระดับที่สูงกว่า 2,000 เหรียญฯ/ตันอีกครั้ง อาจจะกระทบกับกำไรขั้นต้นได้ อย่างไรก็ตาม TU มองว่าราคาปลาในช่วงปลายปีจะเริ่มเห็นการปรับตัวลดลงจากการจับทำได้ดีขึ้น นอกจากนี้ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก TU มีแผนควบคุมค่าใช้จ่ายภายในเพื่อรักษาระดับค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อรายได้ให้กลับมาอยู่ในกรอบไม่เกิน 14.5% ตามเป้าที่ตั้งไว้
คงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิม พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”
กำไรปกติในช่วง 9M26 คิดเป็นสัดส่วน 75% ของกำไรทั้งปีที่เราประเมินไว้ที่ 4,854 ล้านบาท ขณะที่ 4Q26 แม้อาจจะถูกกดดันจากต้นทุนบางส่วนแต่ด้วยการควบคุมภายในคาดว่าจะยังทำให้กำไรสุทธิยังอยู่ในระดับสูงได้ เราจึงยังคงประมาณการทั้งปีไว้เท่าเดิม คำแนะนำการลงทุนด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่คาดว่าจะดี เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมและประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 15.4 บาท (13.5X’PER26E) สำหรับเหตุน้ำท่วมไม่กระทบกับการผลิตของกลุ่มแต่อย่างใด







