บล.พาย:
BANKING: NIM อ่อนแอถดถอยกำไรใน 3Q26 ลดลง YoY (NEUTRAL)
TOP PICK: KKP KTB
แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 3Q26 ไม่โดดเด่นมากนัก คาดกำไรสุทธิรวมที่ 59.9 พันล้านบาท (-8.9% YoY, +0.6% QoQ) และ NPL ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 3.7% ขณะที่แม้เหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของไทยเป็นปัจจัยเสี่ยงในระยะสั้นต่อคุณภาพสินเชื่อของธนาคารและกดดันจิตวิทยาการลงทุน เรามองว่าธนาคารมีพื้นฐานแข็งแกร่งรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตราว 3% ในปี 2027 จากที่คาดว่ากำไรจะปรับลดลง 1.5% ในปี 2026 ผลกระทบจาก NIM ลดลง และกำไรจากพอร์ตลงทุนลดลง นอกจากนี้ ความสามารถในการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนระยะกลาง-ยาว โดยคาดอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงที่ 5.7% ในปี 2026-27 เราชอบ KKP จาก 1) การเติบโตกำไรที่โดดเด่น 2) ผลตอบแทนเงินปันผลสูง และ 3) ROE เป็นแนวโน้มขาขึ้นสะท้อนการบริหารเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพ และ KTB เพราะ 1) คุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่ง และ Coverage ratio สูง 2) ROE สูงสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ และ 3) โอกาสรับเงินปันผลพิเศษจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง
คาดกำไรสุทธิรวมใน 3Q26 ลดลง 8.9% YoY และเพิ่มขึ้น 0.6% QoQ
- คาดกำไรสุทธิรวมที่ 59.6 พันล้านบาท (-8.9% YoY, +0.6% QoQ) กำไรปรับลดลง YoY เนื่องจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงตามส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลง และ 2) กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ลดลง ขณะที่กำไรปรับสูงขึ้น QoQ ส่วนใหญ่จากรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth management) โดยคาดว่ากำไรรวมใน 9M26 จะปรับลดลง 3.5% YoY จาก NIM ที่ลดลง และกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน FVTPL ลดลง
- การประเมินของเรา (1) CREDIT กำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ (2) KKP TCAP TISCO TTB กำไรสุทธิเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ โดยคาดว่า KKP จะรายงานกำไรโตโดดเด่น +19% (3) BBL KTB SCB กำไรปรับเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY และ (4) KBANK กำไรลดลง YoY และ QoQ
สินเชื่อทรงตัว ขณะที่หนี้เสียเพิ่มขึ้น แต่อยู่ในระดับจัดการได้
- คาดสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น +0.1% QoQ ที่ 12.5 ล้านล้านบาท (+4.2% YoY) โดยคาดว่า CREDIT KKP KTB TISCO สินเชื่อขยายตัว QoQ แต่คาด BBL KBANK SCB TCAP TTB สินเชื่อปรับลดลง QoQ ทั้งนี้ สินเชื่อใน 9M26 จะปรับเพิ่มขึ้น 2.5% YTD โดยคาดว่าธนาคารส่วนใหญ่จะรายงานสินเชื่อขยายตัว ยกเว้น TCAP และ TTB
- ท่ามกลางราคาพลังงานที่ทรงตัวสูง และเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด แม้คาดว่าคุณภาพสินเชื่ออ่อนลง แต่หนี้เสิยยังอยู่ในระดับจัดการได้ โดยคาด NPL ratio เฉลี่ยปรับขึ้นที่ 3.7% และ Coverage ratio ทรงตัวที่ 197% ยังแข็งแกร่งรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำท่วมเพิ่มความเสี่ยงคุณภาพสินเชื่ออ่อนแอลงในอนาคต อย่างไรก็ดี มาตรการช่วยเหลือ เช่น การพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย อาจกระทบต่อการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยบางส่วนในช่วง 3Q-4Q26 ขณะที่ธนาคารอาจยังไม่จำเป็นต้องปรับลดชั้นลูกหนี้เป็นหนี้เสียในช่วงที่ลูกหนี้ขอรับความช่วยเหลือจากธนาคาร
คาดกำไรสุทธิรวมกลับมาเติบโตในปี 2027
- ในปี 2026 คาดกำไรสุทธิรวมปรับลดลงราว 1.5% YoY เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และกำไรจากเงินลงทุนลดลง แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะขยายตัวแข็งแกร่ง และสำรองหนี้ฯ ปรับลดลงก็ตาม ขณะที่ในปี 2027 คาดกำไรสุทธิรวมจะกลับมาขยายตัวราว 3% YoY หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับมาขยายตัวสอดคล้องกับสินเชื่อที่เติบโตต่อเนื่อง NIM ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต
- แม้เผชิญกับความเสี่ยงเศรษฐกิจมหภาคสูงขึ้น ธนาคารมีฐานเงินกองทุนแข็งแกร่งสามารถรักษาการจ่ายเงินปันผลสูงได้ต่อเนื่อง โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารยังน่าดึงดูดที่ราว 5.7% ในปี 2026-27
คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” อัตราผลตอบแทนลงทุนจำกัด เลือก KKP KTB เป็นหุ้นเด่น
คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” แม้การเติบโตของกำไรไม่โดดเด่นใน 2H26 แต่กำไรจะกลับมาขยายตัวในปี 2027 กอปรกับพื้นฐานที่แข็งแกร่งสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสม่ำเสมอที่ 5.7% ในปี 2026-27 เป็นปัจจัยหนุนการลงทุนในระยะกลาง เลือก KKP และ KTB เป็นหุ้นเด่น







