บล.พาย:
BANKING กำไรกลับมาเติบโตปี 2027 และปันผลสูง (OVERWEIGHT)
TOP PICK: KKP KTB
กำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารใน 3Q26 ปรับลดลง 11% YoY และ 1% QoQ ฉุดกำไรใน 9M26 ลดลง 5% YoY ขณะที่ NPL ratio ทรงตัวที่ 3.6% แนวโน้มใน 4Q26 แม้คาดกำไรจะเติบโต YoY จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยขยายตัว แต่แนวโน้มกำไรสุทธิรวมในปี 2026 คาดปรับลดลงราว 1.5% YoY อย่างไรก็ดี วัฏจักรอัตราดอกเบี้ยลดลงสิ้นสุดตั้งแต่ใน 1H26 ทำให้ NIM มีเสถียรภาพใน 2H26 และต่อเนื่องในปี 2027 ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับมาเติบโต พร้อมกับรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวต่อเนื่อง คาดกำไรสุทธิรวมกลับมาขยายตัว 3% YoY ในปี 2027 ส่งผลให้ ROE มีเสถียรภาพดีขึ้น กอปรกับอัตราตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยสูง 5.7% ในปี 2027 ด้านการลงทุน ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น “มากกว่าตลาด” มองว่าอัตราผลตอบแทนรวมน่าดึงดูดมากขึ้นหลังจากราคาหุ้นปรับลดลงในเดือน ก.ย.-ต.ค. และธนาคารมีพื้นฐานแข็งแกร่งสามารถจ่ายเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง เลือก KKP และ KTB เป็นหุ้นเด่น
กำไรสุทธิรวมใน 3Q26 ลดลง 11% YoY และ 1% QoQ
-
ใน 3Q26 กลุ่มธนาคารรายงานกำไรสุทธิรวมที่ 56.1 พันล้านบาท (-11% YoY, -1% QoQ) กำไรปรับลดลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจาก 1) กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ลดลง (-38% YoY, -30% QoQ) ผลจากความผันผวนของตลาดทุนและตลาดเงินโลก ส่วนหนึ่งจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) และปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และ 2) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง YoY ผลจาก NIM ที่ลดลง
-
การเติบโตของธนาคาร 1) CREDIT KKP TISCO กำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ 2) KTB กำไรสุทธิเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ 3) TTB กำไรเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY และ (4) BBL KBANK กำไรลดลง YoY และ QoQ
-
สินเชื่อรวมใน 3Q26 เติบโตต่อเนื่อง +0.7% QoQ ธนาคารทุกแห่งรายงานสินเชื่อขยายตัว และสินเชื่อใน 9M26 ขยายตัว 3.1% YTD ธนาคารส่วนใหญ่รายงานสินเชื่อขยายตัว ยกเว้น TTB
-
งบดุลแข็งแกร่ง NPL ratio เฉลี่ยของกลุ่มฯ ทรงตัวที่ 3.6% และ Coverage ratio เฉลี่ยเพิ่มเป็น 202% แข็งแกร่งรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ขณะที่ระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 18.9%
-
แนวโน้มใน 4Q26 คาดกำไรรวมจะกลับมาขยายตัว YoY หนุนจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยขยายตัว โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียม และกำไรจากเครื่องมือการเงินดีขึ้นจากฐานที่ต่ำใน 4Q25 อย่างไรก็ดี กำไรจะปรับลดลง QoQ เพราะค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล
-
คาดกำไรสุทธิรวมในปี 2026 ลดลงราว 1.5% YoY กดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงผลจาก NIM ที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกำไรจากพอร์ตลงทุนลดลง ทั้งนี้ ในปี 2027 คาดกำไรสุทธิรวมจะปรับเพิ่มขึ้นราว 3% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับมาขยายตัวสอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อ และ NIM ที่มีเสถียรภาพดีขึ้น รวมทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวต่อเนื่อง
-
ROE คาดจะปรับลดลงในปี 2026 และทรงตัวที่ระดับ 9% ในปี 2027
-
งบดุลแข็งแกร่งจากทั้งฐานเงินกองทุนสูงและคุณภาพสินเชื่อที่ดี ธนาคารสามารถรักษาการจ่ายเงินปันผลสูง โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารน่าดึงดูดที่ราว 5.7% ในปี 2027
-
ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” (เดิม เท่ากับตลาด) จากมุมมองบวกต่อ 1) คาดกำไรสุทธิรวมกลับมาขยายตัว NIM และ ROE มีเสถียรภาพมากขึ้นในปี 2027 2) งบดุลแข็งแกร่งรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ 3) อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง และ 4) ผลตอบแทนการลงทุน (Capital gain) น่าสนใจมากขึ้นหลังจากราคาหุ้นปรับฐานในเดือน ก.ย.-ต.ค. เทียบกับมูลค่าพื้นฐานปี 2027 นอกจากนี้ แนะนำ “ซื้อ” CREDIT และ KBANK และปรับคำแนะนำ BBL เป็น “ซื้อ” จาก Valuation ที่น่าสนใจ งบดุลแข็งแกร่ง และคาดกำไรกลับมาเติบโตในปี 2027







