บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
SUPALAI (SPALI TB)
Gradual recovery into 4Q25E–2026E
- แผนเปิดตัวโครงการใหม่ที่มากขึ้นจะเป็นแรงขับเคลื่อนยอด presales และรายได้ในปี 2026
- ประเมินกำไรสุทธิ 4Q25 ลดลง 38% y-y แต่ฟื้นตัวเล็กน้อย 6% q-q ตามทิศทางยอดโอน ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดยังปรับลง
- คาดกำไรปี 2026 ฟื้นตัวจากฐานต่ำในปี 2025 อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่าเทียบกับราคาเหมาะสมของเรา
แผนเปิดโครงการแนวราบและคอนโดมากขึ้นในปี 2026
แผนธุรกิจปี 2026 ของ SPALI เป็นไปในเชิงรุกกว่าคู่แข่ง โดยตั้งเป้าการเติบโตในทุกมิติ บริษัทวางแผนเปิดตัว 28 โครงการ มูลค่ารวม 3.5 หมื่นล้านบาท (+19% y-y) แบ่งเป็นแนวราบ 77% และคอนโด 23% เน้นตลาดระดับกลางเป็นหลัก ประกอบด้วยแนวราบ 23 โครงการ มูลค่า 2.7 หมื่นล้านบาท (+13% y-y) ซึ่งมีสัดส่วนในต่างจังหวัดมากกว่ากรุงเทพฯ ส่วนที่เหลือเป็นคอนโด 5 โครงการ มูลค่า 8 พันล้านบาท (+42% y-y) ราคาขาย 7–8 หมื่นบาท/ตร.ม. ซึ่งบางโครงการถูกเลื่อนมาจากปี 2025
ตั้งเป้า presales และรายได้เติบโตในปี 2026
SPALI ตั้งเป้า presales ปี 2026 เติบโต 14% y-y เป็น 3 หมื่นล้านบาท เป็นสัดส่วนแนวราบและคอนโดอยู่ที่ 70:30 สะท้อนว่ายอดขายแนวราบตั้งเป้าเพิ่มขึ้น 13% y-y จากจำนวนโครงการในมือที่มากขึ้น ขณะที่เป้ายอดขายคอนโดทรงตัว y-y นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2026 ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% y-y เทียบกับประมาณการของเราปี 2025 และสูงกว่าคาดการณ์ปี 2026 ของเราราว 7% ผลักดันจากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ 3 โครงการ (เทียบกับ 1 โครงการในปี 2025) อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นยังมีโอกาสถูกจำกัดจากการแข่งขันด้านราคาในตลาดแนวราบ
คาดกำไร 4Q25 ทยอยฟื้นตัว q-q แต่ยังลดลง y-y
เราประเมินกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.24 พันล้านบาท (+6% q-q, -38% y-y) สอดคล้องกับยอดโอนที่คาดไว้ 7.2 พันล้านบาท (+14% q-q, -18% y-y) โดยสัดส่วน 78% มาจากโครงการแนวราบ และ 22% จากคอนโด ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาฯ คาดลดลงเหลือ 34.5% จาก 35.8% ใน 3Q25 และ 38.0% ใน 4Q24 จากการทำโปรโมชั่นเชิงรุกและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดแนวราบ ด้านสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายคาดใกล้เคียง 4Q24 ที่ 13.6% และส่วนแบ่งกำไรจาก JV ในออสเตรเลียคาดอยู่ที่ 130 ล้านบาท (-15% q-q, +11% y-y)
คงประมาณการและราคาเป้าหมาย
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ที่ 4.4 พันล้านบาท ฟื้นตัว 16% y-y จากฐานต่ำในปี 2025 ที่คาดหดตัว 39% y-y อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นปรับขึ้นแรงและปัจจุบันสูงกว่าราคาเป้าหมายของเราที่ 16.20 บาท ขณะที่กำไร 4Q25 คาดฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และ 1Q26 มีแนวโน้มยังอ่อนตัว q-q อีกทั้งยังต้องติดตามการขายแนวราบ เนื่องจาก backlog ที่รอรับรู้ในปี 2026 อยู่ในระดับไม่สูงราว 7.3 พันล้านบาท รองรับ 30% ของคาดการณ์ยอดโอนของเรา ทั้งนี้ เราประเมินเงินปันผล 2H25 ที่ 0.45 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนราว 2.5%







