บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
BCPG (BCPG TB)
4Q25 โรงไฟฟ้าลมหนุน > โรงไฟฟ้าก๊าซสหรัฐหน่วง
- คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ยังแกร่ง แม้โรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐหยุดซ่อม 2 โรง แต่โรงไฟฟ้าลมในลาวรับรู้กำไรเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกและผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าฤดู High Season ปกติ
- โรงไฟฟ้าลมในลาว และโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐจะยังเป็นแรงหนุนการเติบโตของกำไรในปี 2026 เรายังคงคาดกำไรสุทธิปี 2025–27 เติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 21%
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.20 บาท
กำไรสุทธิ 4Q25 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ y-y
เราคาด BCPG จะรายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 707 ล้านบาท +12.8% q-q, +331.4% y-y หากหักรายการพิเศษ (ขาดทุนจาก FX ราว 80 ล้านบาท และรายได้อื่น เช่น ค่าเคลมประกัน 50 ล้านบาท และอื่นๆ) จะมีกำไรปกติราว 677 ล้านบาท -5% q-q และ +62.1% y-y โดย q-q ทรงตัวเป็นผลมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าลม (Monson) ประเทศลาวที่เดินเครื่องเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกและผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นมาก เพราะมีปริมาณลมสูงกว่า High Season ปกติ จึงทำให้ผลประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะถูกฉุดจากผลการดำเนินงานที่อ่อนลงของโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐ ที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 2 แห่งหยุดซ่อมตามแผน ส่วนการเติบโต y-y จะโดดเด่นมาก หลักๆ ได้แรงหนุนจากกำไรที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐ จากการปรับเพิ่มค่าความพร้อมจ่าย (PJM capacity prices) ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นมาก จากตลาดความต้องการไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้าของบริษัทมีไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับ Data Center ที่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาวดีขึ้นตามฤดูกาล และธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือกำไรเพิ่มขึ้น y-y ตามการปรับค่าบริการตามสัญญา และทรงตัว q-q
คาดโมเมนตัมกำไร 1Q26 จะเติบโตสูงต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้าลมลาว และ CCGT สหรัฐ
เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 จะยังเติบโตทั้ง q-q, y-y โดยแรงหนุนหลักยังมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม 260MW ประเทศลาวที่อยู่ในช่วง High Season ขณะที่โรงไฟฟ้า CCGT สหรัฐกลับมาเดินเครื่องตามปกติหลังหยุดซ่อมชั่วคราวในช่วง 4Q25 ส่วนกรณีหากมีการปรับลดค่าไฟฟ้าในประเทศไทยก็จะไม่มีผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท เนื่องจากโรงไฟฟ้าของบริษัทส่วนใหญ่กว่า 90% อยู่ต่างประเทศ และเรายังคงคาดกำไรสุทธิปี 2025–27 เติบโตเฉลี่ย 21% CAGR
โรงไฟฟ้าในสหรัฐและกำลังการผลิตใหม่ จะขับเคลื่อนการเติบโตในช่วง 2 ปีข้างหน้า
BCPG ตั้งเป้า EBITDA ในปี 2026 จะเติบโต 18.5% y-y โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นของโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาค่า Capacity ของตลาด PJM ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นสู่ 389 ดอลลาร์สหรัฐ/เมกะวัตต์/วัน ในการประมูลปี 2026–27 จากระดับ 270 ดอลลาร์สหรัฐ/เมกะวัตต์/วัน ในเดือน มิ.ย. 2025 สะท้อนผลของความต้องการใช้ไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจะมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งใหม่ในลาว และการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งใหม่ในไต้หวัน ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคของ BCPG มากยิ่งขึ้น
คงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.20 บาท
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 9.20 บาท (SoTP) โดยมองว่าความเสี่ยงด้านขาลงของราคาหุ้นอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากมูลค่าหุ้นมีความน่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E ต่ำกว่า -2SD ขณะที่คาดกำไรหลักจะเติบโต 69% และ 14.5% ในช่วงปี 2026–2027







