บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

THE ERAWAN GROUP (ERW TB)

Better 4Q25 on OCC and margins

  • คาดกำไรปกติ 4Q25 ดีกว่าประมาณการเดิม จากรายได้โรงแรมและมาร์จิ้นดีขึ้น โดย OCC ฟื้นตัวและเกือบทรงตัว y-y
  • แนวโน้มกำไร 1Q26 กลับมาเติบโตทั้ง q-q และ y-y ตามการท่องเที่ยวฟื้นตัว คาดกำไรปี 2026 เติบโตแข็งแกร่ง 13% y-y
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาหุ้นยังไม่แพง และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่เป็น 3.40 บาท

4Q25 มีแนวโน้มดีกว่าประมาณการเดิม

เราคาดว่า ERW จะมีกำไรปกติ 4Q25 ที่ 352 ลบ. (+363% q-q, -5% y-y) สูงกว่าประมาณการเดิมของเราที่ 282 ลบ. จากรายได้ที่ดีขึ้นในทุกกลุ่มโรงแรม ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ยังบริหารได้ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี คาดรายได้รวม 2.20 พันลบ. (+24% q-q, ทรงตัว y-y) จากอัตราการเข้าพักโรงแรมกลุ่ม luxury-to-economy ฟื้นตัวเป็น 84% ใกล้เคียง 4Q24 ที่ 85% แม้สัดส่วนลูกค้าจีนยังจำกัด หนุน RevPAR เพิ่มขึ้น 31% q-q แต่ยังลดลง 4% y-y ขณะที่ Hop Inn ยังเติบโตดี (สัดส่วนรายได้ 26%; +21% q-q, +18% y-y) จากลูกค้าไทยและการเปิดโรงแรมใหม่ 10 แห่งใน 12 เดือนที่ผ่านมา เราคาด SG&A/sales ที่ 24% (-3ppt q-q, ทรงตัว y-y) และอัตราภาษีจ่าย 7% หากรวมค่าใช้จ่ายครั้งเดียว 20 ลบ. สำหรับงานซ่อมบำรุงหลังเหตุแผ่นดินไหวเดือน มี.ค. 2025 คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 332 ลบ. (+487% q-q, -12% y-y)

1Q26 มีแนวโน้มดีขึ้น หลังนักท่องเที่ยวกลับมาเติบโต y-y

เรามีมุมมองบวกต่อกำไร 1Q26 ของ ERW ซึ่งคาดว่าจะกลับมาเติบโตทั้ง q-q และ y-y จากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น และยอดจองล่วงหน้าของบริษัทในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นราว 2% y-y เราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมและนักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาเติบโต y-y จากฐานต่ำในช่วง ก.พ.–มี.ค. 2026 และมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องใน 2Q–4Q26 จึงคาดว่า ERW จะได้ประโยชน์สูงสุดในกลุ่ม เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากการดำเนินงานในประเทศไทยสูง 88% และมีโอกาสเพิ่มสัดส่วนลูกค้าจีนจากระดับ 8–9% ของรายได้ในปัจจุบัน เทียบกับระดับก่อนเกิดโควิดที่ 12–13%

คาดผลประกอบการปี 2026 กลับมาเติบโตได้

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติ ERW ในปี 2025–27 ขึ้น 9% ในปี 2025–26 และ 5% ในปี 2027 หลังปรับสมมติฐานรายได้ขึ้น 1% EBITDA margin ขึ้น 0.4ppt และปรับลดสมมติฐานอัตราภาษีจ่ายปี 2025–26 ลง 3ppt เราคาดกำไรปี 2025 จะลดลง 8% y-y ก่อนกลับมาเติบโตแข็งแกร่ง 13% y-y ในปี 2026

มูลค่ายังไม่แพง คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายอิงวิธี DCF เป็น 3.40 บาท (จาก 3.20 บาท) เทียบเท่า 18x 2026E P/E (ราว -1.25SD เมื่อเทียบค่าเฉลี่ย 10 ปี) ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ 13x (ราว -1.75SD) เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มกำไรฟื้นตัวตั้งแต่ปี 2026 และการเติบโตต่อเนื่องของ Hop Inn ขณะที่ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ ซึ่งมีโอกาสกลับมาเติบโต y-y ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.พ. 2026 จะเป็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้น

- Advertisement -