บล.บัวหลวง:
Utilities รัฐส่งสัญญาณลดค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วยสำหรับ 200 หน่วยแรก (NEUTRAL)
คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีพลังงาน เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีให้ปรับลดค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนเหลือ 3.00 บาทต่อหน่วย สำหรับการใช้ไฟ 200 หน่วยแรกต่อเดือน ครอบคลุมประมาณ 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยข้อเสนอในปัจจุบันเน้นเฉพาะค่าไฟระดับแรก และยังไม่ได้กำหนดโครงสร้างราคาสำหรับการใช้ไฟส่วนที่เหลือ (ผู้ใช้เกิน 400 หน่วย ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม)
โครงสร้างค่าไฟ 3 ระดับ—3.00, 3.95 และ 4.27 บาทต่อหน่วย
รายงานวิเคราะห์นโยบายล่าสุดของเรา (เมื่อค่าไฟถูกลงกลายเป็นผลลัพธ์แบบได้ประโยชน์ทุกฝ่าย, เผยแพร่เมื่อ 27 ก.พ.) ชี้ว่าโครงสร้างค่าไฟแบบขั้นบันไดมีความเป็นไปได้มากที่สุด แทนการลดแบบครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณของรัฐ จากการคำนวณบนฐานการใช้ไฟทั้งประเทศ 232TWh และสมมติฐานค่าไฟเฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วย ภายใต้สถานการณ์ที่ 2 ต้นทุนค่าไฟรวมอยู่ที่ 9.164 แสนล้านบาท
เมื่อกันปริมาณไฟฟ้า 55.7TWh สำหรับครัวเรือนระดับแรก (1.67 แสนล้านบาทที่ 3.00 บาทต่อหน่วย) และอีก 11.0TWh เป็นการใช้ไฟของครัวเรือนกลุ่มกลางประมาณ 4.6 ล้านครัวเรือน ที่ใช้ไฟ 200–400 หน่วยต่อเดือน (คิดเป็นมูลค่า 4.36 หมื่นล้านบาท ที่อัตราเดิม 3.95 บาทต่อหน่วย) ส่วนต้นทุนที่เหลืออีก 7.058 แสนล้านบาท จะต้องไปเก็บจากการใช้ไฟ 165.3TWh ของกลุ่มที่ไม่ใช่ครัวเรือน (ระดับที่สาม) ซึ่งส่งผลให้ค่าไฟในระดับที่สามอยู่ที่ 4.27 บาทต่อหน่วย สูงกว่าค่าเฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วยในสถานการณ์ที่ 2 ประมาณ 8%
เหตุผลที่เป็นบวกต่อโรงไฟฟ้า SPP
สัญญาซื้อขายไฟของโรงไฟฟ้า SPP กับลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) โดยทั่วไปอิงกับค่าไฟภาคที่ไม่ใช่ครัวเรือน ดังนั้น ค่าไฟระดับที่สามที่ 4.27 บาทต่อหน่วย จะช่วยเพิ่มราคาขายไฟของโรงไฟฟ้า SPP ขณะที่ต้นทุนการผลิตยังขึ้นอยู่กับราคาก๊าซรวม เราประเมินว่าอัตราค่าไฟภาคอุตสาหกรรมที่สูงขึ้นจะสร้างอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2569 ของเรา โดย BGRIM เพิ่มขึ้น 12%, GPSC เพิ่มขึ้น 17%, GULF เพิ่มขึ้น 1%, WHAUP เพิ่มขึ้น 4%, และ GUNKUL เพิ่มขึ้น 5% จากส่วนต่างค่าไฟที่กว้างขึ้น
ผลสุทธิหลังรวมผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
เมื่อพิจารณาผลกระทบเชิงลบจากราคาก๊าซรวมที่สูงขึ้นภายใต้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง (รายงานวิเคราะห์กลุ่มโรงไฟฟ้า “ทดสอบความทนทานของโรงไฟฟ้าไทยภายใต้ 3 ฉากทัศน์” เผยแพร่เมื่อ 13 มี.ค. ; ประมาณการค่าไฟ 3.95 บาทต่อหน่วย) เทียบกับผลกระทบเชิงบวกจากค่าไฟระดับที่สามที่ 4.27 บาทต่อหน่วย ผลสุทธิของ GULF อยู่ในระดับทรงตัว (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง) ขณะที่ค่าไฟ 3 ระดับให้อัพไซด์สุทธิเล็กน้อยแก่ BGRIM เพิ่มขึ้น 1% WHAUP เพิ่มขึ้น 2% และ GUNKUL เพิ่มขึ้น 6% (ได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง) สำหรับ GPSC เราคาดว่าอาจมีอัพไซด์สุทธิราว 7% ต่อประมาณการกำไรปี 2569







