บล.เอเซีย พลัส:
CPN แนวโน้มกำไร 1Q69 ยังแข็งแกร่ง (BUY)
Flash Points
• 1Q69 คาดกำไร 4.62 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% yoy แรงหนุนหลักจากธุรกิจศูนย์การค้า ทั้งโครงการเดิมที่มีการเพิ่มขึ้นของปริมาณผู้ใช้บริการและยอดขายร้านค้า รวมถึงการสร้างรายได้เพิ่มของ 3 โครงการ เช่น เซ็นทรัล พาร์ค, เซ็นทรัล กระบี่ และมาร์เก็ตเพลส เทพรักษ์ ที่เปิดระหว่างปี 2568 นอกจากนี้การประหยัดต่อขนาดของต้นทุนค่าใช้จ่าย คาดหนุน Operating Margin ดีขึ้น และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น นำโดย CPNREIT หลังเสร็จสิ้นการปรับปรุงเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
• หากเทียบกับ 4Q68 คาดกำไรลดลง 5.4% qoq จากยอดโอนฯ อสังหาฯ หดตัว กดดันต่อรายได้รวม ไม่สามารถชดเชยกับมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายการตลาดที่ลดลงได้
Impact Insight
• หากกำไร 1Q69 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็น 24% ของกำไรปีนี้ที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ 1.91 หมื่นล้านบาท (+7% yoy) จึงคงประมาณการเดิมไว้
• แนวโน้ม 2Q-4Q69 ยังมีแรงขับเคลื่อนจากทั้งโครงการเดิม และการเปิดโครงการใหม่ นำโดยธุรกิจศูนย์การค้าเตรียมเปิด 3 โครงการใหม่ตลอดปีนี้ เริ่มจากเซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส (เปิด พ.ค. 2569) ตามด้วย เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ (เปิด ก.ค. 2569) และ ส่วนต่อขยาย Luxury Zone ของเซ็นทรัล ภูเก็ต (เปิด 4Q69)
• ธุรกิจโรงแรมจะทยอยเปิด 6 โรงแรมใหม่ ตั้งแต่ 2Q-4Q69 ส่วนธุรกิจที่อยู่อาศัย มีแผนเปิด 2 คอนโดฯ ใหม่ งวด 2Q-3Q69 และโอน 3 คอนโดฯ ใหม่ใน 2H69
• ผลกระทบจากเหตุสงครามตะวันออกกลาง คาดไม่มีผลลบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจศูนย์การค้า สะท้อนจากปริมาณผู้ใช้บริการศูนย์การค้าเดือน เม.ย. ยังเพิ่มขึ้น 2-3%
• ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ยังบริหารจัดการได้ ผ่านการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ติดตั้ง Solar Rooftop และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม เพื่อลดต้นทุนค่าไฟ ตลอดจนการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น คาดไม่กระทบมาร์จิ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Execution
• อิงวิธี DCF ภายใต้ WACC 8% และ Terminal Growth Rate 1.5% ให้มูลค่าพื้นฐานปี 2569 เท่ากับ 75.00 บาท ราคาหุ้นมี upside 21% คงแนะนำซื้อ ในฐานะผู้พัฒนาโครงการ Retail-Led Mixed-Use อันดับ 1 ของไทย ที่มีศักยภาพการเติบโตมั่นคง และการเงินแข็งแกร่ง พร้อมให้ปันผลสม่ำเสมอระดับ 4% ต่อปี
คาดกำไร 1Q69 ยังแข็งแกร่งจากธุรกิจ Retail
งวด 1Q69 คาดกำไร 4.62 พันล้านบาท นับว่าเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส 1 โดยเพิ่มขึ้น 9.3% yoyขับเคลื่อนจากรายได้สูงขึ้น 6% yoy โดยหลักมาจากธุรกิจให้เช่าบริการ (Retail สัดส่วนรายได้ 91%, +6.4% yoy)จากการดำเนินงานที่ดีต่อเนื่องของศูนย์การค้าเดิม สะท้อนจากปริมาณผู้ใช้บริการ (Traffic) เพิ่มขึ้น 5% และยอดขายร้านค้า (Tenant Sales) สูงขึ้น 7-9% รวมถึงมีการสร้างรายได้เพิ่มของศูนย์การค้าใหม่ อย่าง เซ็นทรัลพาร์ค, เซ็นทรัล กระบี่ และมาร์เก็ตเพลส เทพรักษ์ ที่เปิดระหว่างปี 2568 ขณะที่ธุรกิจ Non Retail อย่างโรงแรมและพัฒนาที่อยู่อาศัย (สัดส่วน 9%) คาดรายได้ทรงตัวจากปีก่อน นอกจากนี้การประหยัดต่อขนาดของต้นทุน
ค่าใช้จ่าย คาดหนุน Operating Margin 43% เพิ่มจาก 41.9% งวดปีก่อน และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมคาด 802ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากปีก่อน นำโดย CPNREIT หลังเสร็จสิ้นการปรับปรุงเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าหากเทียบกำไรปกติ 1Q69 กับ 4Q68 คาดอ่อนตัว 5.4% qoq จากธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ซึ่งงวดก่อนเป็นช่วงฤดูกาลที่ปกติเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี และมีการโอนฯ 2 คอนโดฯ ใหม่ คาดกดดันยอดโอนฯ หดตัว 77%qoq ขณะที่ธุรกิจ Retail คาดใกล้เคียงงวดก่อน ส่งผลให้รายได้ดำเนินงานประเมินลดลง 13% qoq และไม่สามารถชดเชยกับประสิทธิภาพการทำกำไรที่ดีขึ้นทั้งมาร์จิ้น จากสัดส่วนธุรกิจ Retail ที่เพิ่มขึ้นและเป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูงและค่าใช้จ่ายการตลาดที่น้อยลงจากงวดก่อนที่มีการใช้เม็ดเงินมากกว่าปกติในการจัดกิจกรรมการตลาดส่งท้ายปี
แนะนำ Outperform….ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 75.00 บาท
หากการดำเนินงานข้างต้นเป็นไปตามคาด จะมีกำไร 1Q69 คิดเป็นสัดส่วน 24% ของกำไรปีนี้ที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้1.91 หมื่นล้านบาท (+7% yoy) จึงคงประมาณการเดิมไว้ คาด 2Q-4Q69 ยังมีแรงขับเคลื่อนจากทั้งโครงการเดิมและเปิดโครงการใหม่ นำโดยธุรกิจศูนย์การค้าเตรียมเปิด 3 โครงการใหม่ตลอดปีนี้ เริ่มจากเซ็นทรัล ขอนแก่นแคมปัส (พื้นที่เช่า 2.5 หมื่นตร.ม. เปิด พ.ค. 2569) ตามด้วย เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ (พื้นที่เช่า 4.5 หมื่นตร.ม. เปิดก.ค. 2569) และ ส่วนต่อขยาย Luxury Zone ของเซ็นทรัล ภูเก็ต (พื้นที่ 1 หมื่นตร.ม. เปิด 4Q69) ขณะที่ธุรกิจโรงแรมจะทยอยเปิด 6 โรงแรมใหม่ (Go! 5 แห่ง และ Oakwood 1 แห่ง) รวม 557 ห้อง ตั้งแต่ 2Q-4Q69 ส่วนธุรกิจที่อยู่อาศัย มีแผนเปิด 2 คอนโดฯ ใหม่ โครงการ (Phyll ขอนแก่น และ นครปฐม) มูลค่า 2.9 พันล้านบาท ใน 2Q-3Q69 และโอนกรรมสิทธิ์ 3 คอนโดฯ ใหม่ ในช่วงครึ่งหลังของปี
สำหรับผลกระทบจากเหตุสงครามตะวันออกกลาง คาดไม่มีผลลบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจศูนย์การค้า สะท้อนจากปริมาณผู้ใช้บริการศูนย์การค้าล่าสุดเดือน เม.ย. ยังเพิ่มขึ้น 2-3% จากปีก่อน ขณะที่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ยังบริหารจัดการได้ ผ่านการคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ติดตั้ง Solar Rooftop และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนค่าไฟ (สัดส่วน 30% ของต้นทุนธุรกิจ Retail โดย ½ เรียกเก็บจากผู้เช่าตามการใช้จริง และอีก ½เป็นภาระของบริษัทจากพื้นที่ส่วนกลาง) ตลอดจนการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น คาดไม่กระทบมาร์จิ้นอย่างมีนัยสำคัญอิงวิธี DCF ภายใต้ WACC 8% และ Terminal Growth Rate 1.5% ให้มูลค่าพื้นฐานปี 2569 เท่ากับ 75.00 บาทราคาหุ้นมี upside 21% คงแนะนำซื้อ ในฐานะผู้พัฒนาโครงการ Retail-Led Mixed-Use อันดับ 1 ของไทย ที่มีศักยภาพการเติบโตมั่นคง และการเงินแข็งแกร่ง พร้อมให้ปันผลสม่ำเสมอระดับ 4% ต่อปี







