บล.เอเซีย พลัส:
TTB ซื้อหุ้นคืนเฟส 4 … จำกัดทั้งลงและขึ้น (Trading)
Flash Points
• TTB แจ้ง SET ปรับโครงการซื้อหุ้นคืนเฟส 3 (วิธี AOM) จากเดิมวงเงิน 9.6 พันล้านบาท เป็นไม่เกิน 369 ล้านบาท หรือ 165 ล้านหุ้น และสิ้นสุด 5 พ.ค. ก่อนเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนเฟส 4 ต่อเนื่อง วงเงิน 9.2 พันล้านบาท จำนวน 4.06 – 4.20 พันล้านหุ้น (4.2% – 4.3% ของหุ้นทั้งหมด) ตั้งแต่ 25 พ.ค. – 9 มิ.ย. 69
• กลับมาซื้อหุ้นคืนด้วย General Offer (GO) ซึ่งเคยใช้มาแล้วในเฟส 2 (โดยมีเป้าหมายหุ้นซื้อคืนครั้งนั้นที่ 4.4 พันล้านหุ้น: ซื้อได้ 3.1 พันล้านหุ้น เทียบเท่า 6.3 พันล้านบาท)
• โดยราคาซื้อหุ้นคืนเบื้องต้นจะอยู่ในกรอบ 2.20 – 2.28 บาท (แจ้งราคาเสนอซื้อหุ้นคืนครั้งสุดท้าย 5 พ.ค. 69) ใกล้เคียงราคาตลาด สะท้อนมุมมองว่าที่ระดับราคานี้ยังไม่แพงในมุมผู้บริหาร และช่วยจำกัด Downside จนถึงวันสิ้นสุดโครงการเฟส 4
• รวมเฟส 1 – 4 จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้นจะอยู่ที่ 1.00 – 1.01 หมื่นล้านหุ้น หรือ 10.3% – 10.4% ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 2.1 หมื่นล้านบาท จากกรอบวงเงินรวมไม่เกิน 3.5 หมื่นล้านบาท (ถึงปี 2571)
Impact Insight
• ประมาณการส่วนของผู้ถือหุ้นปี 2569 รองรับมูลค่าซื้อหุ้นคืนครบ 4 เฟสแล้ว ในขณะที่ปี 2570 – 71 บนสมมติฐานซื้อหุ้นคืนเพิ่มปีละ 7 พันล้านบาท (ครบ 3.5 หมื่นล้านบาท) คาดระดับ ROE ไม่ได้เปลี่ยนจากเดิมมากอยู่ที่ 8.5% ในปี 2571
• สมมติฐานจำนวนหุ้นยังไม่รวมซื้อหุ้นคืนเฟส 4 โดยกรณีซื้อหุ้นคืนได้ 4.1 พันล้านหุ้น จะทำให้ FV อิง GGM (ROE 8.5% ให้ PBV ที่ 1 เท่า) ขยับขึ้นจากปัจจุบันราว 4.5%
• อิง GO เฟส 2 ราคาเสนอซื้อต่างจากกรอบบนราคาเบื้องต้นเพียง 1% ซึ่งกรอบบนของราคาครั้งนี้ไม่ต่างจากราคาปัจจุบันมาก ทำให้คาดราคาหุ้นตอบสนองเชิงบวกจำกัด
• โดยพฤติกรรมราคาหุ้นช่วง GO รอบก่อน ตั้งแต่แจ้งข่าวถึงสิ้นสุด GO พบว่าราคาหุ้นปิดทรงตัว (จุดสูงสุดของช่วง GO ปรับขึ้น 4.5% หลังแจ้งข่าว 2 วัน) ใกล้เคียงกับ SETBANK
• กล่าวโดยสรุป มีมุมมองเป็นกลาง แม้ประเมินการซื้อหุ้นคืนครั้งนี้ช่วยจำกัด Downside ต่อราคาหุ้น จนถึงสิ้นสุดโครงการ แต่ Upside ไม่สูงเช่นกัน
• คงคำแนะนำ Trading ในกรอบไม่เกิน 5% (ตาม Upside ต่อ FV ข้างต้น) โดยกลุ่ม ธ.พ. ใหญ่ ยังชอบ KTB (ROE สูงกว่า), KBANK และ BBL (PBV ถูกกว่า) มากกว่า
ประเด็นความเสี่ยงที่มีน้ำหนักต่อประมาณการของ TTB
-
กรณีที่สินเชื่อเติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย โดยทุกๆ 1% ของสินเชื่อ ที่ลดจากสมมติฐาน จะทำให้กำไรสุทธิลดลง 0.7%
-
NIM ลดลงต่ำกว่าคาด โดยทุกๆ 0.1% ของ NIM ที่ปรับตัวลดลงจากสมมติฐาน จะทำให้กำไรสุทธิลดลง 9%
-
กรณีที่คุณภาพสินทรัพย์แย่กว่าคาด โดยทุกๆ 0.1% ของคาดการณ์ Credit Cost ที่เพิ่มจากปัจจุบัน จะทำให้กำไรสุทธิ ลดลงราว 6%
ESG ของ TTB
สิ่งแวดล้อม การให้สินเชื่อที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการช่วยลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียว โดยเลือกอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงกดดันให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ พลังงาน, ถ่านหิน และภาคการขนส่ง ตั้งเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท รวมถึงสินเชื่อ Solar rooftop และรถยนต์ไฟฟ้า
สังคมแห่งคุณค่า ดำเนินงานตามแนวทางการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ตามแนวทางของ ธปท. และกฎเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ (RL)
Governance การกำกับดูแลกิจการตามกฎที่เกี่ยวข้องและหลักธรรมาภิบาล ESG Comment ความต้องการ green loan ที่เพิ่มขึ้นของภาคธุรกิจ เพื่อตอบสนองเทรนด์ ESG หนุนความต้องการใช้สินเชื่อต่อเนื่อง ขณะที่การให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ (RL) ช่วยลดแรงกดดันด้านหนี้ครัวเรือนต่อ GDP บวกต่อ GDP ไทยในระยะยาว ดีทางอ้อมต่อกลุ่มธนาคาร







