บล.พาย:

NER: North East Rubber PCL.

มีความเสี่ยงที่ปริมาณขายต่ำคาด

เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่าแนวโน้มผลประกอบการงวด 2Q26 จะเห็นการฟื้นตัวจาก 1Q26 ได้จากผลดีของราคาขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคายางพาราโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นคือปัญหาเอล นีโญ ที่คาดว่าจะเกิดในช่วงปลายปี ทำให้เป้าการขายที่ผู้บริหารคาดไว้ที่ระดับ 500,000 ตันน่าจะไปไม่ถึง เบื้องต้นคาดจะอยู่ที่ระดับ 450,000 ตัน เท่านั้น เราจึงปรับประมาณการกำไรทั้งปีลงมาเหลือ 1,555 ล้านบาท ทั้งนี้หากภัยแล้งไม่รุนแรงอย่างที่คาดผลประกอบการที่เราประเมินไว้อาจจะต่ำไป สำหรับผลประกอบการ 1Q26 มีกำไรสุทธิ 254 ล้านบาท (-58%YoY,-36%QoQ)

1Q26 กำไรสุทธิ 254 ล้านบาท (-58%YoY, -36%QoQ)

  • NER มีกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 254 ล้านบาท (-58%YoY,-36%QoQ) แต่ถ้าไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจะมีกำไรปกติที่ 304 ล้านบาท (-49%YoY, +4438%QoQ) เทียบกับปีก่อนลดลงหนักจากราคาขาย ส่วนดีขึ้นจาก 4Q25 จากค่าใช้จ่ายในการขายลดลง

  • รายได้อยู่ที่ 7,208 ล้านบาท ทรงตัวจาก 4Q25 แต่ลดลง 17%YoY มีปริมาณขาย 123,552 ตัน (-3%YoY,-0.4%QoQ) ส่วนราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 58 บาท/กก. ใกล้เคียงกับ 4Q25 แต่ลดลง 15%YoY ตามราคาตลาดโลก

  • กำไรขั้นต้นที่ 8.6% ลดลงจาก 10.6% ใน 1Q25 เพราะปริมาณขายที่ต่ำกว่า แต่ดีขึ้นจาก 8.4% ใน 4Q25 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการผลิตลดลง

  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 182 ล้านบาท (+4%YoY, -22%QoQ) เทียบกับปีก่อนเพิ่มขึ้นในส่วนค่าใช้จ่ายบริหารตามเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น ส่วนลดลงจาก 4Q25 เนื่องจากปริมาณการส่งออกลดลง

  • ดอกเบี้ยจ่าย 135 ล้านบาท ทรงตัวจาก 4Q25 และ-3%YoY ภาษีจ่ายที่ 3 ล้านบาท (-80%YoY,-90%QoQ) คิดเป็นอัตราภาษีที่ 1%

กังวล El Nino ทำให้เป้าขายไม่ถึง 500,000 ตัน

จากการที่ NER ตั้งเป้ายอดขายในปี 26 ที่ระดับ 500,000 แต่ด้วยความกังวลเกี่ยวกับ El Nino (เอล นีโญ) ที่คาดว่าจะเกิดในช่วงปลายปี รวมกับภาวะฝนตกที่คาดว่าในเดือน มิ.ย. จะอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ผู้บริหารจึงคาดว่าเป้าทั้งปีจะไม่ถึงระดับที่เคยคาดไว้ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ในกรอบ 450,000 ตัน เท่านั้น (25 มีปริมาณขาย 475,430 ตัน) อย่างไรก็ตามในแง่รายได้ผู้บริหารยังคาดเห็นการเติบโตได้เล็กน้อยจากปี 25 เนื่องจากตั้งแต่ 2Q26 จะเริ่มรับรู้ผลดีจากราคายางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีแล้ว

ส่วนการสร้างโรงงานยางแท่งแห่งที่ 3 จากความเสี่ยงเรื่องผลผลิตยางที่อาจจะลดลงในช่วงปลายปีจากภัยแล้งข้างต้น รวมถึงผลจากการปรับขึ้นของวัสดุก่อสร้างที่ NER เห็นจากแผนก่อสร้างอาคารทดแทนไฟไหม้ที่มีค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นกว่า 30% ผู้บริหารจึงตัดสินใจเลื่อนการก่อสร้างจากเดิมที่จะก่อสร้างในช่วงต้นปี 27 ไปก่อน

ปรับกำไรปี 26 ลงหลังยอดขายไม่ถึงเป้าแต่ยังแนะนำ “ซื้อ”

จากผลกระทบของภัยแล้งที่ทำให้ผู้บริหารคาดว่ายอดขายจะไม่ถึงเป้าเดิม เราจึงมีการปรับประมาณการยอดขายใหม่โดยคาดที่ระดับ 454,000 ตัน จากเดิม 500,000 ตัน แต่ปรับราคาขายขึ้นจากเดิม 5% ทำให้ประเมินกำไรสุทธิใหม่ที่ 1,555 ล้านบาท (-17%YoY) แม้เราจะปรับกำไรลงแต่หากสถานการณ์ภัยแล้งไม่รุนแรงอย่างที่คิด อาจจะทำให้ผลประกอบการทั้งปีดีกว่าที่คาดได้ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมและประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 5.05 บาท (6.2XPER’26E)

- Advertisement -