บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
CH.KARNCHANG (CK TB)
1Q26 construction likely solid
-
คาดกำไรสุทธิ 1Q26 ทรงตัว y-y แต่ลดลง 37% q-q จากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล
-
Core operation ก่อสร้างใน 1Q26 คาดยังแข็งแกร่ง โดยรายได้แตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี และอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว
-
คงคำแนะนำถือ; ธีมการลงทุนภาครัฐหนุนการเก็งกำไรหุ้น
คาด 1Q26 กำไรทรงตัว y-y แต่ลดลง q-q
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 280 ล้านบาท ทรงตัว y-y แต่ลดลง 37% q-q สาเหตุหลักจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง โดยเราคาดอยู่ที่ 286 ล้านบาท (-49% q-q, +7% y-y) การลดลงมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานของ CK Power ที่อ่อนตัวตามฤดูกาล จากปริมาณน้ำไหลเข้าที่ลดลงในช่วงโลว์ซีซัน ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก Bangkok Expressway and Metro คาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้ง q-q และ y-y อย่างไรก็ดี ประเด็นบวกคือธุรกิจก่อสร้างหลักยังแข็งแกร่ง
รายได้งานก่อสร้างแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี
เราคาดรายได้งานก่อสร้างที่ 1.22 หมื่นล้านบาท (+17% q-q, +3% y-y) สูงสุดในรอบ 8 ปี หนุนจากความคืบหน้าของโครงการหลัก ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้ม โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง และโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 7.5% ใกล้เคียง 7.7% ใน 1Q25 และฟื้นตัวจาก 6.9% ใน 4Q25 ที่ได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่าย one-time สำหรับค่าใช้จ่ายเราคาด SG&A ลดลง q-q ตามปัจจัยฤดูกาล และดอกเบี้ยจ่ายคาดลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย
โมเมนตัมกำไร 2Q26 คาดฟื้นตัว q-q
เราคาดโมเมนตัมกำไรจะฟื้นตัว q-q ใน 2Q26 หนุนจากการฟื้นตัวตามฤดูกาลของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทั้ง BEM และ CKP รวมถึงเงินปันผลจาก TTW นอกจากนี้ ความกังวลต่อการตั้งสำรองจากเหตุถนนทรุดในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงเริ่มคลี่คลาย หลังผลสอบสวนระบุว่าไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของผู้รับเหมา ทำให้บริษัทมีแนวโน้มสามารถเรียกร้องค่าสินไหมจากประกันได้เต็มจำนวน ขณะที่ผลกระทบจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์คาดยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ เนื่องจากงานก่อสร้างราว 60% เป็นงาน Subcontract และบริษัทได้ล็อกต้นทุนเหล็กล่วงหน้าสำหรับโครงการหลักส่วนใหญ่แล้ว ทั้งนี้ บริษัทคงเป้าอัตรากำไรขั้นต้นที่ 7–8%
คงคำแนะนำ ถือ; เก็งกำไรตามธีมลงทุนภาครัฐ
ราคาหุ้นปรับขึ้นแรง 10% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 56% ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ upside ต่อราคาเป้าหมาย 19 บาท จำกัด อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นยังปรับขึ้นน้อยกว่า STECON Group และยังได้อานิสงส์เชิงบวกระยะสั้นจากแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เราคงคำแนะนำถือ โดยประเด็นเก็งกำไรยังอยู่ที่ความคืบหน้าการเปิดประมูลงานใหม่ ซึ่งคาดชัดเจนมากขึ้นใน 2H26 รวมถึงโครงการทางด่วน Double Deck ที่อยู่ระหว่างรอครม. อนุมัติ ซึ่งมีโอกาสได้รับงานจาก BEM








