บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
MR. D.I.Y. Holding (Thailand) PCL (MRDIYT.BK/MRDIYT TB)
บริหารจัดการได้ทั้งฝั่งอุปสงค์ และ อุปทาน
Event
ผลประกอบการ 1Q69 และ ประชุมนักวิเคราะห์
Impact
ผลประกอบการ 1Q69: เป็นไปตามคาด
กำไรสุทธิของ MRDIYT ใน 1Q69 อยู่ที่ 678 ล้านบาท (+25% YoY, -20% QoQ) เพราะได้แรงหนุนจากยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการขยายสาขาร้าน และ margin ที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่ดีขึ้น ผลประกอบการเป็นไปตามประมาณการของ KGI และ ของนักวิเคราะห์ในตลาด คิดเป็น 22% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ถึงแม้ว่าผู้บริโภคจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ซึ่งทำให้ SSSG อยู่ที่ +0.1% และ มูลค่าการซื้อสินค้าเฉลี่ยต่อบิล (basket size) จะลดลง แต่การขยายสาขาร้านอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดสาขาใหม่สุทธิ 65 ร้านในไตรมาสนี้ทำให้ยอดขายใน 1Q69 เพิ่มขึ้นเป็น 5.4 พันล้านบาท (+21% YoY, -5% QoQ) ซึ่งอานิสงส์จากการประหยัดต่อขนาดที่มากับการขยายสาขาร้านทำให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 1Q69 เพิ่มขึ้นเป็น 52.0% (+30bps YoY, +60bps QoQ) ในขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งผลขาดทุนจาก KKV อยู่ที่ 28 ล้านบาท (จาก 12 ล้านบาทใน 1Q68) สะท้อนถึงจำนวนสาขาร้านที่เพิ่มขึ้น (เป็น 16 ร้านใน 1Q69 จาก 9 ร้านใน 1Q68) และ การเร่งเฟสของการดำเนินงาน ทั้งนี้ ผู้บริหารอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.06 บาท/หุ้น กำหนดขึ้น XD วันที่ 21 พฤษภาคม และ กำหนจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 มิถุนายน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 0.7%
มีความไม่แน่นอนทั้งฝั่งอุปสงค์ และ อุปทาน แต่น่าจะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
ผู้บริหารมั่นใจว่ายังสามารถคุมความเสี่ยงจากทั้งฝั่งอุปสงค์ และ อุปทานได้อยู่ ทั้งนี้ จากการวางตำแหน่งของบริษัทในการจำหน่ายสินค้าที่คุ้มค่าเงิน น่าจะทำให้ MRDIYT เป็นทางเลือกของลูกค้า โดยคาดว่าจะมีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อดึงลูกค้าเข้าร้าน และ เพิ่มการรับรู้แบรนด์ของลูกค้า ส่วนทางด้านอุปทาน คาดว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น และ การขาดแคลนอุปทานในอีกสองไตรมาสข้างหน้าเพราะยังมีสต็อกเก่าอยู่ เรามองว่าอานิสงส์จากเครือข่ายสาขาทั่วโลก และ การจัดหาสินค้าจากทั่วโลกจะเป็นจุดแข็งที่ทำให้อัตรากำไรสูง และ เป็นส่วนรองรับ/บรรเทาผลกระทบเมื่อมีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย
คาดว่ากำไรใน 2Q69F จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ
ถึงแม้ว่า SSSG ในเดือนเมษายนจะยังคงอ่อนแอ โดยติดลบเป็นเลขตัวเดียวต่ำ ๆ แต่เราคาดว่าการขยายสาขาร้าน, การเช้าสู่ช่วงเปิดเปิดเทอม และ อานิสงส์จาก margin ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนให้กำไรเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ นอกจากนี้ บริษัทยังอาจได้รับผลทางอ้อมจากมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ด้วยเพราะกลุ่มลูกค้าของบริษัทเป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มเป้าหมายของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาล
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” MRDIYT โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 9.70 บาท อิงจาก PER ที่ 19.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก +0.75 S.D.) เรายังคงมองว่าจุดแข็งหลักในเรื่องความสามารถในการแข่งขันทางด้านราคาจะช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานประคองตัวได้ดีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาได้ต่ำกว่าเป้า, ภัยธรรมชาติ, สินค้าคงคลังสูง, ความนิยมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน








