บล.พาย:
TACC: T.A.C. Consumer PCL.
1Q26 กำไรสุทธิทำสถิติใหม่อีกครั้ง
เราปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” อีกครั้งหลังราคาปรับตัวลดลงจนมีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินไว้ที่ 6.6 บาท (12XPER’26E) กว่า 21% มีปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวด 1Q26 ที่มีกำไรสุทธิทำสถิติใหม่ได้อีกครั้งที่ระดับ 100 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 21% ตามการเปิดสาขาของร้าน 7-11 และกาแฟพันธุ์ไทย ขณะที่ต้นทุนขายยังควบคุมได้อย่างดีทำให้กำไรขั้นต้นยังรักษาระดับ 32% ได้ สำหรับแนวโน้มช่วง 2Q26 คาดยังเห็นการเติบโตได้จากปีก่อนจากฐานร้านค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องติดตามผลกระทบจากต้นทุนที่จะเริ่มเห็นมากขึ้นในช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยเฉพาะต้นทุนด้านวัสดุหีบห่อ
1Q26 กำไรสุทธิ 100 ล้านบาท (+36%YoY,+75%QoQ)
-
TACC มีกำไรสุทธิ 1Q26 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 100 ล้านบาท (+36%YoY,+75%QoQ) โดยดีกว่าที่เคยทำได้ 90 ล้านบาทใน 3Q25 ได้รับผลดีจากรายได้ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี
-
รายได้ 639 ล้านบาท (+21%YoY,-5%QoQ) เทียบกับปีก่อนยังคงเติบโตสูงกว่าเป้าที่ผู้บริหารคาดไว้ เป็นผลดีจากการขยายสาขาทั้งกาแฟพันธุ์ไทย (ประมาณ 150 สาขา) และร้าน 7-11 (ประมาณ 170 สาขา) ส่วนลดลงจาก 4Q25 ส่วนหนึ่งเป็นผลตามฤดูกาลที่หมดเทศกาลปีใหม่
-
อัตรากำไรขั้นต้นที่ 32% ทรงตัวจาก 4Q25 และลดลงเล็กน้อยจาก 32.5 % ใน 1Q25 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 81 ล้านบาท (-4%YoY,-34%QoQ) คิดเป็นสัดส่วน 13% ของรายได้ ต่ำกว่า 16% ใน 1Q25 และ 21% ใน 4Q25 ควบคุมได้ดีแม้รายได้จะปรับตัวเพิ่มขึ้น
ภาพรวม 2Q26 ฝนมาเร็วอาจกระทบยอดขาย
ภาพรวมในช่วง 2Q26 เทียบกับปีก่อนคาดยังเห็นการเติบโตได้ จากผลดีของจำนวนสาขาของ 7-11 และ พันธุ์ ไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนเทียบกับ 1Q26 ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนในเดือนเม.ย. รวมกับเทศกาลที่ทำให้นักท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับสูง แต่ด้วยสภาพอากาศที่ฝนเริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. และผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวหลังสงกรานต์เริ่มเห็นการลดลงแล้ว อาจจะกระทบกับรายได้ให้ไม่เป็นไปตามคาดได้ ขณะที่ผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ต้องติดตามว่าจะกระทบเท่าใดหลังจากในช่วง 1Q26 ยังไม่ถูกกระทบ
เริ่มปีดี ทำให้กำไรที่คาดอาจต่ำไป ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
จากกำไรสุทธิในช่วง 1Q26 ที่ออกมาดีและคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของกำไรทั้งปีที่เราคาดไว้ที่ 333 ล้านบาท (+11%YoY) ทำให้เราอาจจะต้องมีการปรับประมาณการใหม่ แต่จะรอดูผลประกอบการช่วง 2Q26 อีกครั้งว่าถูกกระทบจากต้นทุนมากน้อยเพียงใด สำหรับคำแนะนำการลงทุนด้วยผลประกอบการที่ออกมาดีมาก รวมกับอัตราตอบแทนเงินปันผลที่สูงถึงระดับ 8-9% เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 6.6 บาท (12XPER’26E)








