บล.ฟิลลิป:

TFG กำไร 1Q69 ออกมามากกว่าคาด

ซื้อ TP’69 : 12.00

TFG รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 แข็งแกร่งที่ 2.04 พันล้านบาท (+0.5% y-y) สูงกว่าคาดจากการบริหารต้นทุนและ GPM ที่เพิ่มขึ้นเป็น 21.68% รายได้รวม 1.78 หมื่นล้านบาท ได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจค้าปลีกที่เติบโต 30.66% y-y ตามการขยายสาขาเชิงรุกสู่ 690 สาขา คาด 2Q69 โตต่อจากการเข้าสู่ช่วง High Season และราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับสูงขึ้นตามอุปทานที่ลดลงจากสภาพอากาศร้อนและการรุกขยายสาขาร้านค้าปลีก ปรับประมาณการกำไรทั้งปีเป็น 7 พันล้านบาท และราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 12.00 บาท ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”

งบรวม 1Q69 4Q68 1Q68 % y-y % q-q
กำไร 2,047 1,148 2,036 +0.5 +78
EPS 0.35 0.20 0.35 +0.5 +78

หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท

  • กำไร 1Q69 มากกว่าคาด: กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 2.04 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% y-y มากกว่าที่คาด เนื่องจากบริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 21.68% (จาก 21.19% ในปีก่อน) ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น, ปริมาณการผลิตสุกรในไทยที่เพิ่มขึ้น และการขยายสาขาร้านค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยชดเชยปัจจัยลบจากราคาขายเนื้อไก่และสุกรเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

  • ยอดขายค้าปลีกเติบโตผ่านการขยายสาขา: รายได้รวมอยู่ที่ 1.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.14% y-y การเติบโตหลักมาจาก ธุรกิจค้าปลีกที่มีรายได้ 8.09 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 30.66% y-y ตามการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นเป็น 690 สาขา (จาก 430 สาขาในปีก่อน) อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจไก่และสุกรลดลง y-y ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนช่องทางมาจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกของตนเองแทนการขายผ่านช่องทางอื่นๆ

  • คาด 2Q69 มีโอกาสเติบโตต่อ: คาดผลการดำเนิน 2Q69 เติบโตต่อจากเข้าสู่ช่วง High Season ของการบริโภค สภาพอากาศที่ร้อนในฤดูร้อนส่งผลให้สุกรโตช้าลง ทำให้อุปทานเนื้อสัตว์เข้าสู่ตลาดน้อยลง ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันราคาขายให้สูงขึ้น และการขายชิ้นส่วนเนื้อหมูผ่านร้านค้าปลีกของตนเอง 100% ซึ่งช่วยให้ขายได้ในราคาสูงกว่าราคาตลาด อีกทั้งการขยายสาขาร้านค้าปลีกอย่างต่อเนื่องหนุนยอดขายเติบโต ปรับประมาณการกำไรขึ้นเป็น 7 พันล้านบาท และปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 12.00 บาทต่อหุ้น ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”

- Advertisement -