บล.กรุงศรีฯ:

CPF (Buy; TP23.50) Tone Slightly Positive

Key takeaways from meeting:

ทิศทางราคาเนื้อสัตว์:

  • หมูไทย/จีน: CPF มองแนวโน้ม 2H26F ดีขึ้น จาก supply ลดลง ทั้งจากรายใหญ่ลดการเลี้ยงและรายย่อยทยอยเลิกเลี้ยงจากขาดทุนสะสม โดยหมูจีนคาดราคาแตะ 12-13 หยวน/กก. ช่วงปลายปี
  • หมูเวียดนาม: คาดราคาเฉลี่ยปี 26F ที่ 67,000-68,000 ดอง กฎหมายสิ่งแวดล้อมใหม่เร่งให้รายย่อยที่ไม่ได้มาตรฐานทยอยออกจากตลาด
  • ไก่: ราคาในประเทศทรงตัวที่ 38-39 บ. แม้กำลังซื้อชะลอ แต่ไก่ส่งออก (โดยเฉพาะกลุ่ม QSR ใน UK และญี่ปุ่น) ยังโตแข็งแกร่ง
  • ธุรกิจสัตว์น้ำ: มองดีต่อเนื่อง หลังปรับโครงสร้างและมาร์จิ้นดีขึ้น
  • ต้นทุนวัตถุดิบ: ข้าวโพดมีแนโน้มปรับขึ้น แต่สามารถใช้วัตถุดิบทดแทน (รำข้าว/ข้าวสาลี) บรรเทาได้ ด้านกากถั่วเหลือง USDA คาด supply เพียงพอ ราคาไม่น่ากดดันมาก CPF มีสต็อกราว 100 วัน
  • โควต้าข้าวโพด US: คาดเริ่มนำเข้าได้ในรอบปีหน้า หลังรัฐบาลเพิ่งเจรจาเสร็จ หากนำเข้าได้ทันปีนี้ก็คาดว่ามีปริมาณไม่มากนัก (ปกติมติ ครม.เป็นรายปี) ทั้งนี้ราคาข้าวโพด US อยู่ที่ราว 3-4 บ./กก. ณ แหล่งผลิต (ไม่รวมค่าขนส่ง) เทียบกับไทย 10-11 บ./กก.

Growth driver: ผู้บริหารมองการเติบโตมาจากอาหารพร้อมทานและไก่แปรรูปเพื่อส่งออก ซึ่งมีมาร์จิ้นดีและมีลูกค้าแบรนด์ชั้นนำขยายสาขาเร็ว CPF อยู่ระหว่างเจรจาปรับราคากับลูกค้าเพื่อส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ความคิดเห็น: 

คงคำแนะนำ Buy; TP 23.50 โดยมีมุมมอง Slightly Positive จากการประชุม เนื่องจากบริษัทมองบวกต่อการฟื้นตัวของราคาหมูในช่วง 2H26F ขณะที่แนวโน้มต้นทุนเพิ่มขึ้นในระดับที่จัดการได้

Outlook 2Q26F: คาดกำไรปกติลดลงทั้ง y-y และ q-q จากราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัว ต้นทุนที่สูงขึ้น และ equity loss จากธุรกิจหมูจีนต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี มองว่า 2Q26F เป็นจุดต่ำสุดของปี และ 2H26F จะดีขึ้นตามราคาหมูไทย/จีนที่คาดฟื้นตัวหลัง supply ลดลง คงประมาณการกำไรปกติ FY26F ที่ 2.3 หมื่นลบ. (-10% y-y)

- Advertisement -