บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Krungthai Bank (KTB.BK/KTB TB)*
คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น (Outperform Maintained)
Event
ประกอบการ 2Q69, ขยับราคาเป้าหมาย
lmpact
ผลประกอบการ 2Q69 แข็งแกร่งตามคาด
กำไรสุทธิของ KTB ใน 2Q69 อยู่ที่ 1.21 หมื่นล้านบาท (-2.5% QoQ +9% YoY) ดีกว่า consensus % แต่เป็นไปตามประมาณการของเรา กำไรที่ลดลงเล็กน้อย QoQ สะท้อนถึงกำไร FVTPL ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY สะท้อนถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น และ ผลขาดทุนจากการด้อยค่า & credit cost ที่ลดลง ทั้งนี้ กำไรสุทธิในงวด 1H69 อยู่ที่ 2.45 หมื่นล้านบาท (+8%) คิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
สินเชื่อโตจากภาครัฐ ในขณะที่ NIM ลดลงเล็กน้อย
สินเชื่อรวมขยายตัว 1% QoQ และ 3.6% YTD โดยหลัก ๆ มาจากสินเชื่อภาครัฐ (22% ของสินเชื่อรวม) ซึ่งขยายตัว 2% QoQ และ 13% YTD) และ สินเชื่อจดจำทอง (20% ของสินเชื่อรวม) ซึ่งขยายตัว 2% QoQ และ 6% YoY ถึงแม้ว่าธนาคารจะขยายสินเชื่อภาครัฐเพิ่มขึ้น แต่ธนาคารบริหาร yield โดยรวม และ margin ได้ดีขึ้น จึงลดลงเพียง 3bps QoQ และ 15bps YTD สำหรับในระยะต่อไป เราคาดว่า NIM น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q69 และ จะทยอยขยับเพิ่มขึ้นใน 2H69 ตามโมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อจากการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนของบริษัทขนาดใหญ่
รายได้ค่าธรรมเนียมโตช้าลงใน 2Q69
รายได้ค่าธรรมเนียมของ KTB มีแนวโน้มโตช้าลงใน 2Q69 และ รายได้ที่เป็นเม็ดเงินทรงตัวมาสามไตรมาสแล้ว โดยไม่เพิ่มขึ้นเลย QoQ แต่ เพิ่มขึ้น 10% YoY ใน 2Q69 และ เพิ่มขึ้น 12% ในงวด 1H69 ทั้งนี้ การเติบโตมาจากค่าธรรมเนียม wealth management เช่นเดียวกับหลายไตรมาสที่ผ่านมา สำหรับในระยะต่อไป รายได้ค่าธรรมเนียมน่าจะยังถูกกดดันใน 3Q69 เนื่องจาก ธปท. แนะนำให้ลดค่าธรรมเนียมลงอีก
ยังคงคชจ.สำรองฯ (credit cost) ไว้ที่ระดับต่ำได้
NPL มีแนวโน้มทรงตัวโดยไม่เพิ่มขึ้นเลย QoQ และ เพิ่มขึ้น 1% YoY ดังนั้น ธนาคารจึงลด credit cost ลง 10bps QoQ เป็น 1% (จาก 1.1% ใน 1Q69 และ 1.2% ใน 2Q68) ทั้งนี้ credit cost ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงสะท้อนถึงการมีส่วนรองรับหนี้เสียที่แข็งแกร่ง และ ไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองเพิ่มอีกหลังจากที่ NPL coverage อยู่ที่ระดับสูงกว่า 200% (204-205% ใน 1Q69 และ 2Q69 จากประมาณ 190% ใน 1H68)
ขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ 48 บาท และ แนะนำซื้อ
เนื่องจากกำไรสุทธิในงวด 1H69 คิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณกำไรในช่วงสองปีนี้เอาไว้เท่าเดิม เรา re-rate PBV เป็น 1.3x (จาก 1.1x) และ ขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือน ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 48 บาท (จากเดิม 39 บาท) และ คงคำแนะนำซื้อ เรามองว่าหุ้น KTB สมควรมีพรีเมี่ยม เพราะคาดว่า ROE จะเร่งตัวขึ้นเป็น 11%, คุณภาพสินทรัพย์ฟื้นตัวได้ดี และ สามารถเกาะกุมโอกาสในการขยายสินเชื่อภายใต้วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่
Risks
NIM ถูกกดดัน และ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของ NPA, ผลขาดทุน FVTPL จากการลงทุนในตราสารทุ








