บล.เอเซีย พลัส:
SCC จุดเปลี่ยนสู่รอบเติบโตใหม่ (Buy)
Flash Points
-
SCC เดินหน้ากลยุทธ์ 2 แกนควบคู่กัน คือการรับมือความผันผวนระยะสั้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง และการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันระยะยาว ธุรกิจปิโตรเคมีได้รับผลกระทบโดยตรงจากความผันผวนของราคาและเส้นทางขนส่งวัตถุดิบ Naphtha SCC ตอบสนองผ่านการเน้นขายสินค้า HVA ดูแลลูกค้าในประเทศเป็นลำดับแรก กระจายแหล่งวัตถุดิบออกจาก Hormuz และขายเงินลงทุนใน CAP มูลค่า 24.9 พันล้านบาทเพื่อลดหนี้และเสริมสภาพคล่อง ส่งผลให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
-
สำหรับการยกระดับความสามารถในการแข่งขันระยะยาว SCC ให้ความสำคัญกับโครงการ LSPE Ethane ในเวียดนาม ซึ่งมีความคืบหน้าแล้ว 60% โดยการเปลี่ยนวัตถุดิบจาก Naphtha เป็น Ethane ช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า 250 MUSD ต่อปี ขณะที่การรวมธุรกิจวัสดุก่อสร้างภายใต้ CBM Transformation และการดำเนินแผน ASEAN Optimization จะช่วยเพิ่ม Synergy ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนการเติบโตของ EBITDA ในระยะถัดไป
Impact Insight
-
ฝ่ายวิจัยมองว่า 2Q69 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ SCC เนื่องจากผลประกอบการที่ฟื้นตัวไม่ได้ขับเคลื่อนจากวัฏจักรปิโตรเคมีเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนผลลัพธ์จากการปรับโครงสร้างธุรกิจและการเสริมความแข็งแกร่งของงบดุลที่เริ่มเห็นผลชัดเจน การลดหนี้ได้เร็วกว่าคาด ประกอบกับการฟื้นตัวพร้อมกันของธุรกิจ Chemicals, CBM และ Packaging ช่วยยกระดับคุณภาพกำไรและลดความเสี่ยงทางการเงิน ส่งสัญญาณว่ากำไรของ SCC กำลังก้าวเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น
-
ตัวกำหนดมูลค่า SCC ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่ Chemical Spread แต่เป็นความสำเร็จของแผน Transformation โดยเฉพาะ LSPE Ethane Project และ CBM Transformation หาก LSPE เดินเครื่องได้ตามแผนในปี 2570 จะทำให้ SCGC มีโครงสร้างต้นทุนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและยกระดับความสามารถแข่งขันถาวร ขณะที่ CBM จะเป็นแหล่งสร้างกำไรที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
Execution
-
แม้ความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังอาจสร้างความผันผวนต่อต้นทุนวัตถุดิบและมาร์จิ้นในระยะสั้น แต่ฝ่ายวิจัยมองว่าผลกระทบดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้น จึงยังคงคำแนะนำ“ซื้อ” ด้วยราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 310 บาท/หุ้น อิงวิธี DCF







