บล.เอเซีย พลัส:
TIDLOR เดินอย่างสมดุล (Buy)
Flash Points
-
กำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 1.5 พันล้านบาท ตามฝ่ายวิจัยและตลาดคาด แม้ลด 5% QoQ จาก Credit cost กลับสู่ระดับปกติที่ 2.1% หลังงวดก่อนต่ำผิดปกติ (2Q68 ที่ 2.7%) แต่ยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายบริษัทฯ ที่ 2.2% – 2.8% ในเชิง YoY กำไรฯ ยังขยายตัว 18%
-
สินเชื่อกลับมาเติบโตราว 2% QoQ (+6% YoY) หลังทรงตัวในงวดก่อน จากการขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ซึ่ง 2H69 แนวโน้มสินเชื่อทยอยไต่ระดับตามฤดูกาล
-
กำไรก่อนสำรอง (PPOP) ที่ 2.5 พันล้านบาท เพิ่ม 7% YoY หนุนด้วย NII (+10%) และ Non-NII (+5%) สะท้อนการกระจายตัวของรายได้
-
Loan spread ราว 15.5% (+ 60 bps YoY) จาก Yield on loan ที่ 18.7% (+ 30 bps) จากการใช้ Risk-based pricing ประกอบกับ Cost of fund ราว 3.1% (- 30 bps) ตามการ Repricing หุ้นกู้
-
NPL ตามคาดที่ 1.54% จาก 1.47% ณ สิ้นงวดก่อน แม้ปรับขึ้นบ้างตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังอยู่ในกรอบบริหารจัดการที่ 1.5% – 1.8% ในขณะที่ Coverage ratio ยังยืนสูงสุดในกลุ่มที่ 322% (1Q69 ที่ 341%) พร้อมรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง
-
TIDLOR จะจัดประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 17 ส.ค. 69
Impact Insight
-
กำไรสุทธิ 1H69 อยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท (+26% YoY) คิดเป็นสัดส่วน 58% ของประมาณการทั้งปีฝ่ายวิจัย และ 55% ของ BB Consensus ทำให้ประมาณการเอียงไปทาง Upside มากกว่า Downside
-
กำไรสุทธิ 3Q69F กลับมาขยายตัว QoQ จากการเติบโตของสินเชื่อ ประกอบกับ Loan spread ที่มีแนวโน้มกว้างขึ้น หลังหุ้นกู้ต้นทุนสูงทยอย Repricing
-
คงมุมมองกำไรสุทธิช่วง 2H69 มีแนวโน้มเติบโต YoY ทุกไตรมาส โดยเฉพาะ 4Q69 ที่ฐานกำไรฯ ต่ำในปีก่อน
-
GGM (ROE ที่ 14%) ให้ PBV 1.6 เท่า ได้ FV ปี 2569 ที่ 22 บาท (เทียบเท่า PER 12 เท่า)
Execution
-
คงแนะนำ “ซื้อ” จากการเติบโตของกำไรฯ ควบคู่ไปกับการทำ Capital management อย่าง “การซื้อหุ้นคืน” นอกจากหนุน Total Shareholder Return (TSR) ยังช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้น








