บล.เอเซีย พลัส:
TMAN การฟื้นตัวเริ่มชัด + แรงส่งใหม่แบรนด์ “ละมุน” (Buy)
Flash Points
-
ผู้บริหารยังคงเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 10-15%YoY โดยมีธุรกิจ OEM และจัดจำหน่าย (DPU) เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่ช่องทางร้านยา (OTC), Modern Trade ทยอยฟื้นตัวหลังแรงกดดันจากการลดสต็อกสินค้าเวชภัณฑ์ก่อนหน้าเริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้การรับโอนแบรนด์ “ละมุน” ในเดือน ส.ค. จะช่วยต่อยอด Synergy ด้านสินค้า และช่องทางจำหน่าย พร้อมเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 4Q69 เป็นต้นไป
-
ธุรกิจ ตปท.มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีนที่กลับมาเติบโตและการเพิ่มการลงทุนผ่าน Cross-border E-commerce ขณะที่เกาหลีใต้เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ใน 4Q69 และญี่ปุ่นยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนกัมพูชาแม้ยังเผชิญแรงกดดัน แต่ด้วยฐานรายได้ต่ำในปีก่อนจะช่วยจำกัดผลกระทบต่อการเติบโตในช่วง 2H69
-
บริษัทคาดว่าจะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในช่วง 3Q-4Q69 โดยเฉพาะต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง, มาตรการลดต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จะช่วยรักษา Margin ให้อยู่ใกล้เคียงปีก่อน
-
บริษัทเตรียมปรับราคาสินค้าแบบ Selective Pricing ในช่วง 2H69 สำหรับ SKU ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุน ขณะเดียวกันอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ลูกค้าเร่งคำสั่งซื้อก่อนการปรับราคา
Impact Insight
-
ฝ่ายวิจัยคงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการ 2H69 โดยคาดว่ากำไรฟื้นตัวเด่นจาก 1H69 จากแรงหนุนของปัจจัยฤดูกาลในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบทางเดินหายใจ, ภูมิแพ้ และวิตามินซี ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจ OEM และ DPU รวมถึงการฟื้นตัวของช่องทางร้านยา และ Modern Trade ซึ่งเป็นช่องทางที่มีอัตรากำไรสูง นอกจากนี้แรงกดดันจากตลาดกัมพูชามีแนวโน้มลดลง ขณะที่การฟื้นตัวของจีน, การขยายตลาดไปยังเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้แบรนด์ “ละมุน” ตั้งแต่ 4Q69 จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตระยะถัดไป ขณะเดียวกันการปรับ Product Mix, การควบคุมต้นทุน & ปรับราคาสินค้า จะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและสนับสนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรต่อเนื่อง
-
ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 484 ล้านบาท เติบโต 2.8%YoY
Execution
-
ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 14.00 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี DCF สะท้อน Upside ราว 30% จากราคาปัจจุบัน และคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยคาดว่าผลประกอบการกำลังเข้าสู่รอบการฟื้นตัวที่ชัดเจน นำโดยการเติบโตของธุรกิจ OEM, DPU, การฟื้นตัวของร้านยาและ Modern Trade ตลอดจนการกลับมาขยายตัวของตลาด ตปท. ขณะที่การเข้ามาของแบรนด์ “ละมุน” จะช่วยต่อยอดการเติบโตและเพิ่มศักยภาพกำไรระยะยาว








